ผีในหอพัก

ผีในหอพัก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีในหอพัก
ผีในหอพัก

ผีในหอพัก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ต้องเกริ่นก่อนนะว่าเราเป็น คนเห็นผี มองเห็นจนถึงไม่กลัว เรื่องมีอยู่ว่า สมัยเรียนพวกเราจะอยู่ห้องเช่าที่นึง ใกล้ๆกับมหาลัยโด่งดังย่านดินแดง อยู่คนเดียวแต่จะมีเพื่อนตุ๊ดต่างมหาลัยแวะมานอนบ้างบางครั้ง
เหตุเกิดในคืนหนึ่ง ตุ๊ดนี่ก็มานอนตามปกติ ขออธิบายภาพห้องเราก่อน เปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องน้ำอยู่ขวามือ ตู้เสื้อผ้าอยู่ซ้ายมือ เตียงนอนวางติดกับห้องน้ำ เราจะนอนหันหัวมาทางเดิน และ เอาเท้าชี้ไปที่ผนังห้อง.. ในขณะที่หลับกันนั้น อยู่ๆสหายตุ๊ดก็ลุกเดินออกไปจากห้องโดยไม่บอกห่าเหวอะไรอีผู้ที่นอนอยู่ด้วยเลย พวกเราก็แบบรู้เรื่องว่านางจะไปนอนห้องผู้ละมั้ง เลยมิได้พึงพอใจอะไร ก็หลับต่อ.. หลังจากนอนต่อได้สักพักนึงเราก็รู้สึกถึงนิ้วมือ และเล็บยาวๆ ยาวมากๆ มาลูบๆ ตรงข้อเท้าแล้วดึงเบาๆ นี่ก็เดาเบาๆ ว่าคงจะผ้าห่มตัวเองพันขา เลยกระตุกเท้าแล้วนอนต่อ
หลับไปอีกสัก 10 นาทีได้ ทีนี้มาอีกรอบ แต่คราวนี้ เหมือนเอาเล็บลากที่ข้อเท้าเราแรงกว่าเดิม และดึงขาแรงกว่าเดิม จนแบบ เอาล่ะ ไม่ใช่ผ้าห่มละ งานนี้ผีแน่ๆ! เลยลืมตาผงกหัวมาดู พบจริงๆมองเห็นเป็นมือมือนึง เหมือนมือของนางรำที่เขาใส่ร่ายรำเล็บ (เรียกว่าอะไรไม่รู้จัก) แต่มองเห็นแค่มือ ว่ามันหายเข้าไปในกำแพงฝั่งห้องข้างๆ! นี่ก็เลยลุกมานั่งแล้วเริ่มดุด่าผีตามสไตล์ ‘อยู่ห้องนั้นยังจะระรานอีก จะเอาอะไรก็ไปบอกห้องนั้นสิ คนจะนอน ถ้ามาอีกนะ จะแช่งให้ไม่ได้เกิด!’ หลังจากนั้นก็นอนต่ออย่างสงบ ไม่มีการรบกวนใดๆ จากนางอีก.. พอเช้า เพื่อนตุ๊ดก็โทรมา บอกว่าเมื่อคืนอะ นางโดนดึงขา แล้วก็เอาเล็บจิกแรงมากกกก จนข้อเท้ามีรอยแดงๆ แต่นางไม่กล้าบอก เลยรีบลุกกลับไปหอตัวเอง..
หลังจากผีอีเจ้นางรำฟ้อนเล็บ ผู้ยื่นมือมาจากห้องข้างๆ เราก็ยังเจอเรื่องแปลกๆ จากห้องที่นางอยู่อีกหลายหน และเรามั่นใจว่า อีผีมันไม่ได้อยู่ตนเดียวแน่นอน มันต้องมีเพื่อน!
มีตอนปิดเทอมนึง พวกเรากลับบ้านที่ต่างจังหวัดไป 1 เดือนเต็มๆพอกลับมาที่หอก็ดำเนินชีวิตธรรมดา พวกเราได้ยินเสียงคนเข้าออกห้องนั้น (ห้องข้างๆ) แต่ว่าพฤติกรรมไม่น่ารักของเพื่อนร่วมชั้นเป็น นางมักจะเอาถุงน้ำแข็งมาเคาะผนังตอนยามวิกาล ‘ปักๆๆ’ ทำบ่อย ทำเก่ง จนคิดว่าแดกเหล้าในห้องแหง บางทีหมั่นไส้ ก็จะแกล้งมันคืนด้วยวิธีเดียวกัน คือซื้อน้ำแข็งจากเซเว่นมาแช่รอแก้แค้นตลอด พอทำกลับบ้าง นางก็จะนิ่งเงียบไป
ผ่านไปอาทิตย์นึงได้ นางก็เริ่มเปลี่ยนความกวนตีน จากทุบน้ำแข็ง เป็นล้างจานที่ระเบียงตอน ตี 4-5 แทบทุกคืน เราก็ทนไป 3-4 คืนได้ ไม่ไหวละ ต้องวีน! ห้องเราอยู่ชั้น 8 มันจะมีแค่ซี่เหล็กที่พอจะเอาหัวลอดชะโงกออกมาได้นิดนึง พอจะมองเห็นระเบียงห้องข้างๆ ได้ คืนนั้นเราก็ยื่นหัวไปส่อง เพื่อเช็คว่าอีนังชะนีข้างห้องมันออกมาล้างจานใช่ไหม? จะได้ด่าถูก ไม่เงิบ.. ตอนมองไป พวกเราพบผู้หญิงผมยาวกลางหลัง นั่งเก้าอี้ไม้ต่ำๆล้างจานในกะละมังอยู่ ‘ก๊อกน้ำแก๊ก’ พอดูเสร็จมั่นใจ พวกเราก็รีบเอาจานของตนมากมายระแทกบ้าง และเริ่มดุลอยๆแบบ ‘อีดอก ไม่หลับไม่นอน ขยันจังนะแกอ่ะ ล้างได้ล้างดี ล้างไม่เกรงใจข้างห้องเล้ย’ (คิดได้เนอะ เป็นโกรธ + ง่วง ก็ด่าหยาบคายไปเรื่อย..) พอเพียงดุได้สักพัก พวกเราก็ได้ยินเสียงนางปิดประตูระเบียง พวกเราก็เลยเข้าไปนอนต่อ รวมทั้งคิดว่าพรุ่งนี้จะฟ้องนิติข้างล่าง
พอยามเช้ามา ก็รีบพุ่งตัวไปพบนิติ รวมทั้งฟ้องเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด นิติก็ทำหน้ามึน แล้วย้ำว่า ‘น้องเห็นเองจริงๆใช่ไหม?’ เราก็แบบ อ้าว..ใครจะโกหกวะ นี่ยังด่าจนหนีเข้าห้องมาแล้วเลย พี่เขาเอากุญแจแล้วพาไปเปิดห้องให้เราดูว่า ‘ห้องนี้ไม่มีคนอยู่.. คือเค้าย้ายออกไปตั้งแต่ช่วงที่เรากลับบ้านต่างจังหวัดแล้ว และอีกคนที่มาอยู่ใหม่ ก็อยู่ได้แค่อาทิตย์เดียว เงินประกันห้องอะไรทิ้งหมด เหมือนย้ายหนีอะไรสักอย่างด้วยซ้ำ!’
สรุป เราทะเลาะกับผีมาเกือบ 2 อาทิตย์จ้าาาาา ถามว่าเราย้ายออกไหม? ไม่ค่ะ ถ้าหากเราด่าแล้วนางยังหนีพวกเรา พวกเราจะหนีเขาทำไม ก็อยู่ต่อจนถึงเรียนจบ แม้กระนั้นถามคำถามว่าพบอีกไหม? ก็มีมาเรื่อยเลยคิดว่าคงจะแบบฆ่ากันตายในห้อง แล้วยังไม่ได้ไปไหน เลยทำแบบเดิมๆเหมือนตอนมีชีวิตอยู่ นางก็ยังคงเปิด-ปิดประตู ยังคงมีเสียงเท้า บางทีก็เสียงโทรทัศน์เปิด บางทีก็เปิดน้ำในห้องน้ำ (ห้องน้ำติดกัน) ทั้งที่ไม่มีใครอยู่! บางทีมาจากเพดานก็มี ซึ่งเราอยู่ชั้นบนสุดแล้ว ดาดฟ้าก็ล็อคตายประตู ห้ามขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *