พริตตี้เจอผี

พริตตี้เจอผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

พริตตี้เจอผี

พริตตี้เจอผี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน พริตตี้เจอผี

เรา แล้วก็น้องพริตตี้อีก 3 คน พร้อมคณะทำงานอีก 2 คน ได้เดินทางไปดำเนินงานที่จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน และก็ได้เข้าพักที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง พวกเราก็ได้แบ่งกันพักทั้งปวง 3 ห้อง เป็น 303, 304 แล้วหลังจากนั้นก็ 305 เรากับน้องๆอีก 3 คน อยู่ห้อง  303  กับ 304 ส่วนพี่ๆคณะทำงานอยู่ห้อง 305 ซึ่งนี้จะมี 4 ชั้น ลักษณะเป็น เมื่อเดินออกมาจากลิฟมา ก็จากเป็นฟุตบาทยาวตรงอย่างเดียว
ภายหลังที่พวกเราออกไปพบอะไรกินกันแถวนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกพริตตี้ก็กลับมาที่เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์กันก่อน และก็พวกเราก็ได้หยุดคุยกะน้องๆที่ดินเดินเบื้องหน้าห้อง 303 ว่าประเดี๋ยวเก็บเครื่องใช้เสร็จ ก็ไปพบกันที่ห้อง 304 แล้วเอาของหวานไปนั่งกินกันตรงนั้นนะ ต่อจากนั้นน้องๆห้อง 303 ก็เข้าห้องไป ส่วนพวกเรากับน้องแป้งก็ไปที่ห้อง 304 น้องแป้งใช้กุญแจเปิดทางออก แล้วก็จู่ๆน้องก็ร้องเสียงหลง และก็กล่าวขึ้นว่า มีเงาคนวิ่งแซงเข้าไปในห้อง วิ่งชนแบบไหล่ชนไหล่เลย แม้กระนั้นมองไม่เห็นหน้า มองเห็นเป็นเพียงแค่เงาดำๆ..

เวลานี้เราก็กลัว แต่ว่าก็ต้องปลอบประโลมน้องว่าไม่มีอะไรหรอก.. พอดีพี่คณะทำงานคนนึงที่เป็นคนขับรถ ก็ออกมาจากลิฟพอดี รวมทั้งพี่คนนั้นก็รีบเดินเข้าไปในห้อง 304 ไปที่ผ้าม่านระเบียง แล้วก็ดึงม่านเปิดออก แล้วก็ตระหนกตกใจหันมาบอกพวกเราว่า เก็บของเลย แล้วลงไปพบกันที่รถยนต์

หลังจากพวกเราลงมากันแล้ว ก่อนที่จะเดินไปที่รถยนต์ ก็คิดขึ้นได้ว่าลืมน้องพริตตี้อีก 2 ผู้ที่ห้อง 303 ก็เลยใช้โทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์โทรขึ้นไป กลับไร้คนรับ.. พี่คณะทำงานเลยให้บุคลากรขึ้นไปเป็นเพื่อน บุคลากรพูดว่า ‘พี่ขึ้นไปเองเหอะ หนูไม่กล้าหรอก..’ ในขณะที่เรายังมิได้เล่าอะไรเลย.. ในที่สุด เป็นพวกเรากับพี่คณะทำงานอีกคนขึ้นไปร่วมกัน พอเพียงไปถึงหน้าห้อง 303 ทั้งยังเคาะห้อง อีกทั้งโทรศัพท์เข้าโทรศัพท์มือถือ ทั้งยังเขย่าลูกบิด ก็ไม่ยินยอมเปิดประตู หรือรับโทรศัพท์เลย

ระหว่างที่ถอดใจว่าปล่อยไว้ที่นี่ละกัน ตอนเช้าค่อยมารับ จู่ๆ น้องๆ ก็เปิดประตูออกมางงๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไร เราก็บอกให้น้องๆ รีบเก็บกระเป๋าลงไปที่รถ.. พอทุกคนลงมาก็ขึ้นรถรีบออกจากโรงแรมทันที ระหว่างที่ขับไปหาโรงแรมใหม่ พี่คนขับขับเร็วมาก ตาก็มองแต่กระจกหลังจนเกือบจะชนหลายครั้ง น้องๆ ต้องคอยเตือนให้พี่ตั้งสติ

พอเช้าตรู่ ก็มานั่งคุยกันว่ามันกำเนิดอะไรขึ้น พี่คนขับพูดว่า ตอนขับออกมาจากโฮเต็ล มองเห็นเพศหญิงเกาะกระจกด้านหลังรถยนต์ตลอดระยะเวลา ก้มตัว แต่ว่าเพียงพอพี่หันไปดู เค้าก็จะหันมาจ้องตาในกระจกตลอด.. ซึ่งพี่ผู้ขับบอกอีกว่า สตรีที่มองเห็น เป็นผู้เดียวกับที่เห็นที่นอกระเบียงห้องพวกเรา พี่เค้ามองเห็นจากตรงที่จอดรถ ตอนแรกนึกว่าเป็นลักขโมย พี่เค้าถึงวิ่งไปลากม่านมอง แม้กระนั้นแล้วกลับไม่พบอะไรเลย.. ส่วนน้องๆห้อง 303 ก็เล่าว่าไม่มีเสียงโทรศัพท์ เสียงเรียก หรือเสียงเคาะประตูเลยแม้กระทั้งน้อยมาก ที่ออกมาเนื่องจากกำลังจะเดินไปรับประทานของหวานห้องพวกเรากัน เราคุยกันในเวลานั้นก็ถึงกับขนลุกเลย

สถานที่จัดงานที่พวกเรามาดำเนินการ ก็อยู่ตรงกันข้ามกับรีสอร์ทที่เกิดเรื่องนั่นเอง พอตอนว่าง เราทั้งหมดทั้งปวง ก็เดินจับมือกันไปถามที่เคาน์เตอร์โฮเต็ล บุคลากรกะเช้าก็โวยวายว่าผู้ใดให้ขึ้นไปพักชั้นนั้น ผู้ใดกันแน่เป็นคนปลดปล่อยห้อง รวมทั้งได้แต่ว่าขออภัย แต่ว่าก็ไม่ยินยอมเล่าอะไร.. กระทั่งท้ายที่สุดเราออกมานั่งทานข้าวห้องอาหารตามสั่งใกล้ๆนั้น ก็สนทนาหัวข้อนี้กันระหว่างรับประทานข้าว ป้าร้านค้าข้าวได้ยินเข้า ก็เล่าว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมามีความคิดเห็นว่ามีข้าราชการอุ้มออกมา 2 ศพ จากโฮเต็ล ผัวเมียตีกัน แล้วพลัดหล่นอาคารตายทั้งสองเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *