ลางบอกเหตุ

ลางบอกเหตุ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ลางบอกเหตุ

ลางบอกเหตุ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ลางบอกเหตุ

คุณเชื่อเรื่อง ‘ลางบอกเหตุ’ กันหรือเปล่า? เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวลางบอกเหตุ ก่อนเสียชีวิต มากันไม่มากก็น้อย บางครั้งมันอาจจะเป็นแค่ความบังเอิญ แต่บางครั้งมันก็ดูเหลือเชื่อจนน่าขนลุก.. คืนนี้แอดเลยขอรวบรวมประสบการณ์เกี่ยวกับลางบอกเหตุในหลายๆ รูปแบบมาให้อ่านกัน *โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*

เราเชื่อเรื่องลางบอกเหตุค่ะ จากประสบการณ์ตรง.. ตอนคืนก่อนพ่อเราเสียชีวิต พ่อป่วยหนักมาก นอนไม่หลับ ไปปัสสาวะก็ไม่ได้ แต่พ่อบอกว่า ‘ไม่เป็นไร ใกล้จะ 6 โมงเช้าแล้ว..’ ซึ่งพวกเราคนที่บ้านก็งงว่าพ่อพูดอะไร? แล้วพอตอนเช้าจะพาไปหาหมอ ปรากฏว่าพ่อเสียค่ะ ตอนเวลา 6 โมงเช้าจริงๆ..
– สมาชิกพันทิป 3899723 –

ส่วนตัวเชื่อนะครับ เวลาผมฝันว่าฟันหลุด ฟันร่วง ฟันหัก ทีไร มักจะมีญาติเสียชีวิตทุกครั้ง เป็นแบบนี้มา 3 ครั้งแล้ว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันมีอะไรมาเกี่ยวข้องกัน..
– ของฟรีแพงเสมอ –

เท่าที่เคยเจอมามี 2 แบบครับ
แบบที่ 1 : ถ้าไม่ได้ป่วย หรือประสบอุบัติเหตุจนต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ใกล้ตาย หรือชะตาขาด หน้าตาจะหมองคล้ำ จนดูออกเห็นได้ชัดเลย หรือบางทีก็มีแบบดูซึมๆ ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา แล้วไม่กี่วันหลังจากนั้น ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้คนคนนั้นต้องเสียชีวิต

แบบที่ 2 : คนที่ป่วยหนักๆ อยู่ หรือคนแก่ๆ ที่นอนโรงพยาบาลแล้วใกล้เสียชีวิต จะมีเหตุการณ์ประมาณว่า ดูดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลย อย่างประสบการณ์ตรง ปู่ของผมท่านกินไม่ได้ จำลูกหลาน จำเหตุการณ์อะไรไม่ค่อยได้ แต่ก่อนเสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมง ท่านกินข้าวไปเยอะมากครับ แล้วยังพูดเรื่องราวในอดีต พร้อมจำชื่อลูกหลานได้อย่างแม่นยำ แม่ของผมบอกเลยว่าให้ทำใจไว้เลย ปู่กำลังจะไปแล้ว.. แล้วมันก็เป็นอย่างที่แม่ผมบอกจริงๆ อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง ปู่ผมก็เสียชีวิตครับ
– สมาชิกพันทิป 1216098 –

เรามักเจอในหมาแมวค่ะ แบบว่าสภาพอ่วมอรทัย จะตายมิตายแหล่มาเป็นเดือนๆ (สันหลังหลัก ยกตัวด้วยตัวเองไม่ได้) อยู่ดีๆ วันนึง มันก็ลุกขึ้นมายืนค่ะ แม่เจ้าโว้ย! แล้วมันก็ตายค่ะ แล้วก็เจออีกหลายๆ เคส ที่ดูว่าไม่น่ารอด แต่ร่างกายน้องจะดูดีขึ้นเฮือกนึงก่อนตาย จนหลายๆ ครั้งที่เจ้าของหมาแปลกใจว่า สัตว์เลี้ยงของฉันดีขึ้นแล้ว หมอทำอีท่าไหนให้มันตาย ทำนองนี้ค่ะ เราว่าเรื่องแบบนี้ แม้แต่หมอก็คงแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆ มันดีขึ้นได้?
– blackcat’eye’ –

อาม่าผมตอนที่ป่วยหนักนอนพักอยู่โรงพยาบาลห้องเดี่ยว แกถามอาโกผมว่า ‘มีใครไม่รู้ 2 คนยืนตรงระเบียง ใส่กางเกงแดง’ ซึ่งนอกจากอาม่าแล้วก็ไม่มีใครเห็น ทำให้ทุกคนกลัว แต่ลูกหลานก็พยายามรักษา และทำบุญ รวมถึงขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยยืดอายุ ปรากฏว่าอาม่าอยู่มาได้อีก 4-5 วันจึงเสีย
– มะเส็งไฟ –

เพื่อนเราขับรถอยู่คนเดียว แฟนเค้าก็โทรหาบอกให้มาหาหน่อย เพื่อนเรารับสายแล้วบอกว่า ‘ไปหาไม่ได้ เขารออยู่..’ แต่ไม่ได้บอกว่าใครรออยู่ บอกแค่ว่า ‘เขารออยู่ๆๆ เขามารับแล้ว..’ จากนั้น ปรากฏว่าเพื่อนเราก็ขับรถประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตค่ะ
– JessieBuu –

ตาผมเป็นหมอยาพื้นบ้าน นอนป่วยอยู่ที่ห้องไอซียู ตอนนั้นยังพูดจาได้อยู่ ตานอนอยู่อาทิตย์กว่าๆ และไม่ได้กลับบ้านเลย แม่กับญาติๆ ผลัดกันมาเฝ้า ตาผมเป็นหมอยาห่อ ยาที่ใช้จะเป็นรากไม้ รักษาคนมาหลายรุ่นแล้ว และห่อยานั้นจะเอาไว้บนหิ้งพระหรือที่สูง จะมีดอกไม้วางบูชาทุกวันพระ หลังจากที่แม่กลับมาจากเยี่ยมตาก็เข้าบ้าน ตอนนั้นแม่ไม่รู้คิดอะไร เก็บห้อง และเห็นห่อยาบนหิ้งมีมดดำขึ้นที่ห่อยารากไม้ แม่เลยเอาไปตากผึ่งแดดที่สังกะสีชั้น 2 แต่พอตกค่ำแล้วลืมเก็บ จนตอนเย็นแม่กลับไปเฝ้าตาต่อที่โรงพยาบาล คำแรกที่เจอหน้าแม่ ตาดุแม่เลยว่าทำไมทำกับห่อยารากไม้แกแบบนั้น? รู้ไหมว่ารักษาคนมาเยอะแล้วน่ะ ของมีครูนะ! อะไรประมาณนี้ แม่ก็อึ้งเลย ว่าตารู้ได้ยังไง? แม่บอกว่ามดมันขึ้น เลยเอาไปตากแดดแล้วลืมเก็บ ตาก็ดุแม่ใหญ่เลย หลังจากที่ตาหลับไป เลยมาคุยกัน ทางบ้านเขาเรียกว่าญาณออกจากร่างตอนหลับ บ่งบอกว่าคนคนนั้นใกล้เสียแล้ว และอีกไม่กี่วันตาก็เสียครับ…

Continue Reading
ผีช่องแอร์

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีช่องแอร์

ผีช่องแอร์

ผีช่องแอร์

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีช่องแอร์

หนึ่งในตำนานเรื่องสยองขวัญที่เกิดขึ้นจริงแล้วเป็นที่กล่าวขานถึงความน่ากลัวนั่นก็คือเรื่องผีช่องแอร์ ที่ผู้ประสบพบเจอตัวจริงได้โทรศัพท์ไปเล่าในรายการวิทยุเดอะช็อคที่เป็นรายการผี ชายผู้นี้ก็ถูกนำออกมาสัมภาษณ์ออกรายการตีสิบอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็มีค่ายหนังนำไปทำเป็นภาพยนตร์อีกด้วย เรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า..
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พวกเขาเป็น นักดนตรี ที่มีอาชีพเล่นตามผับตอนกลางคืนโดยมีทั้งหมด 6 คนในวง พวกเขาก็ไปเล่นในโรงแรมนี้เป็นปกติ ด้วยความที่เล่นเป็นที่สุดท้ายเลยเลิกดึกจึงขอเปิดห้องนอน ตอนแรกแม่บ้านบอกว่าห้องเต็มแต่คุยกันไปกันมาอยู่ ๆ แกก็บอกว่า จริง ๆ มีว่างอยู่ห้องหนึ่งคงไม่เป็นไรมั้งเดี๋ยวป้าไปเปิดให้ แกก็เปิดห้อง 409 ทุกคนก็เดินตามไปไม่ได้คิดอะไร เมื่อเข้าไปในห้องก็เปิดแอร์แล้วล้อมวงเล่นไพ่กัน เพื่อนคนที่ 1 สังเกตเห็นว่ามีผ้าสีขาวปลิวออกมาจากช่องแอร์ ด้วยความรำคาญเขาจึงลุกขึ้นไปเพื่อจะดึงผ้าออกแต่ปรากฏว่าตะแกรงที่ปิดแอร์อยู่มันหลุดมาด้วย เขานิ่งไปพักหนึ่งแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรเลย เพื่อนเรียกก็ไม่ตอบ เพื่อนคนที่ 2 เลยอาสาขึ้นไปปิดตะแกรงแอร์ให้ ขณะที่เขาปีนเก้าอี้แล้วกำลังดูมุมปิดตะแกรงให้ลงล็อค เขาก็นิ่งไปแล้วเดินลงจากห้องโดยไม่พูดอะไรเหมือนคนแรก จากนั้นเพื่อนคนที่ 3-4 และ 5 ก็เรียงลำดับขึ้นไปดูว่ามีอะไรที่ช่องแอร์ และก็มีอาการเดียวกันทั้งหมดคือเงียบแล้วเดินลงไปจากห้อง สุดท้ายก็เหลือในห้องเพียงสองคนจึงตัดสินใจจะเดินลงไปหาเพื่อนถามไถ่ดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก่อนจะลงไปพวกเขาอยากปิดช่องแอร์ให้เรียบร้อยก่อน โดยคนหนึ่งจับเก้าอี้ให้อีกคนเป็นคนปีนขึ้นไป แล้วทั้งสองเห็นภาพเดียวกันคือ หัวของผู้หญิงคนหนึ่งพยายามชะโงกออกมาจากช่องแอร์จ้องมาที่พวกเขาด้วยสายตาเคียดแค้น ผมสีดำยาวของเธอถูกผูกติดไว้กับเหล็กที่อยู่ในช่องแอร์ เพื่อนที่อยู่ด้านล่างจึงถอยหลังออกไปลักษณะอาการช็อคมากแล้วจะวิ่ง เพื่อนอีกคนจับแขนไว้แล้วพยายามให้สติว่า อย่าวิ่ง เพราะกลัวจะเตลิดเปิดเปิง
หลังจากนั้นจึงเดินลงมาและพบเพื่อนทั้ง 4 คนนั่งเงียบ ๆ อยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม จึงถามว่าทำไมไม่บอกกันบ้างว่าเจออะไร ทุกคนยังนิ่งเงียบ ทั้งหมดจึงไปถามคนในโรงแรมว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในห้อง เหตุใดพวกเขาจึงต้องเจอแบบนี้ก็ได้ความว่า หลายปีก่อนมีแขกชาวมาเลเซียพาโสเภณีหญิงมาพักในห้องแล้วเกิดเหตุการณ์ขัดแย้งอะไรกันก็ไม่ทราบได้ เขาลงมือฆ่าหญิงคนนี้อย่างโหดเหี้ยมโดยตัดหัวเหลือแต่ตัว เจ้าหน้าที่หาหัวไม่พบ หลายวันหลังจากเกิดเหตุห้องข้าง ๆ เริ่มได้กลิ่นเหม็นเน่าสาบสางเจ้าหน้าที่ลองไปหาอีกครั้ง จึงพบหัวของเธอถูกพันด้วยชุดสีขาวที่เธอใส่มา แล้วใช้เส้นผมผูกติดไว้ในช่องแอร์อีกทีหนึ่ง จากนั้นมาโรงแรมก็ปิดตายห้องนี้ไม่รับแขกอีกเลย จนกระทั่งป้าแม่บ้านเปิดให้พวกเขาพักในวันนั้น

เรื่องราวสยองขวัญเหมือนจะจบแต่ไม่ใช่ สามวันต่อมาเพื่อนคนที่ 1 ที่ไปเปิดตะแกรงแอร์ยิงตัวตายกระทันหันท่ามกลางความช็อคของเพื่อน ๆ เพราะเขาเป็นคนร่าเริงไม่มีปัญหาอะไร ต่อมาอีกวันเพียงวันเดียวเพื่อนคนที่ 2 ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตายคาที่ ขณะที่กำลังไปงานศพเพื่อนคนที่เสียชีวิต อีกวันหนึ่งปรากฏว่าเพื่อนคนที่ 3 หายไป จึงได้ไปตามที่ห้องพบว่าเขาได้ผูกคอตายกับหน้าต่างโดยที่สีหน้าดวงตาเบิกโพลงคล้ายกับตกใจสุดขีด หลังจากเพื่อนคนที่ 3 ได้ผูกคอตายอีกไม่นานเพื่อนคนที่ 4 ก็ประสบอุบัติทางรถยนต์เสียชีวิตตามไป ในเวลาไม่ถึงอาทิตย์พวกเขาเสียชีวิตไปถึงสี่คนด้วยกัน ทำให้ 2 คนที่เหลือเริ่มกลัวและคิดว่าจะเกี่ยวอะไรกับเหตุการณ์ผีช่องแอร์ที่โรงแรมหรือเปล่าจึงตัดสินใจไปหาพระที่วัด พระท่านทักว่ามีผู้หญิงตามมานะ เธออาฆาต พระจึงทำการบังสุกุลเป็นบังสุกุลตายให้เป็นการต่ออายุและปัดเป่าสิ่งไม่ดี
จากนั้นทั้งสองคนก็สบายใจขึ้นโดยเพื่อนอีกคนที่เป็นคนจับเก้าอี้ได้ไปอยู่เมืองนอก อีกคนอยู่เมืองไทย แล้วอยู่ ๆ วันหนึ่งเขาก็โดนชายคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนวิ่งเข้ามาใช้มีดจ้วงแทงหลายแผลแทบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อเขาฟื้นขึ้นมาอีกวันก็รีบโทรหาเพื่อนที่อยู่เมืองนอกแล้วก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า เพื่อนของเขาก็พึ่งรถคว่ำอาการสาหัสนอนอยู่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นเขาทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตได้ดังคนปกติอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ และหนึ่งในคนที่ได้ประสบเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวอันสยองขวัญนี้ให้พวกเราฟังกันนั่นเอง

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online…

Continue Reading
ยังห่วงเพื่อน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ยังห่วงเพื่อน

ยังห่วงเพื่อน

ยังห่วงเพื่อน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ยังห่วงเพื่อน

เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณดรีม เกิดขึ้นที่หอพักของหญิง ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ สมัยนั้นบริเวณรอบๆ ยังเป็นป่า ถนนยังเป็นดินลูกรังอยู่ หน้าฝนก็จะเป็นโคลน รถผ่านไปมาลำบากมาก และกลางคืนก็ค่อนข้างมืด

ตอนนั้นเราพักอยู่กับออย เพื่อนที่สนิทมากๆ คบกันมาตั้งแต่สมัยประถมเลย ห้องของเราอยู่ชั้น 2 ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ ทุกคนต่างก็กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบกัน.. เย็นวันหนึ่ง ประมาณ 6 โมง ออยก็ชวนเราออกไปกินข้าว แต่เราไปไม่ไหว เนื่องจากวันนั้นเราปวดหัว เหมือนจะมีไข้ ส่วนออยด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปกินข้าวเองก็ได้ แล้วจะซื้อข้าวมาฝาก เราเลยฝากออยซื้อราดหน้าหมู กับยาพารา กินแล้วจะได้กินยา ออยรับปากว่าจะรีบไป รีบกลับ..

หลังจากที่ออยออกไปจากห้อง เราก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหว เพราะไข้ขึ้น เลยนอนพักผ่อน.. ตอนนอนอยู่นั้น สลึมสลือ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว ทำไมออยยังไม่กลับมาสักที พอตกดึก ฝนก็เริ่มตก เราก็ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือต่อ ในใจเป็นห่วงออยเพราะออกไปนานมาก ยังไม่กลับ (สมัยนั้น ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ทุกคนแบบสมัยนี้) สักพักใหญ่ๆ เราก็ได้ยินเสียง ‘ก่อก… ก่อก.. ก่อก..’ เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามาจากทางบันไดหอ ดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงเหมือน คนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา แล้วเสียงก็เปลี่ยนไป ‘ครืด… ครืด.. ครืด..’ เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างบนพื้น ใกล้เข้ามาเรื่อย จนเสียงมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเรา เราก็เริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจคิดว่าเพื่อนกลับมาแล้ว และแค่อึดใจเดียว ก็มีเสียงเคาะประตูห้องเรา ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก..’ แล้วเงียบไป เราสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่ออยแน่ๆ เพราะถ้าเป็นออย ทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย เราจึงเดินไปเปิดประตู แต่กลับไม่มีใครเลย และตรงลูกบิดประตู กลับมีถุงใส่ห่อราดหน้า และยาพาราแขวนอยู่ เราก็งง ว่าออยไปไหน ทำไมต้องฝากใครเอามาให้ และใครคนนั้นทำไมเดินเร็วจัง เห็นแค่เพียงรอยเปียกน้ำที่พื้น เป็นทางมามาจากบันไดเท่านั้น..

เราก็เข้าห้องกินราดหน้า เสร็จก็กินยาตามทันที จากนั้นไม่นานเราก็นอนหลับไป.. พอรุ่งเช้า.. มีคนมาเคาะประตูห้อง บอกเราว่า ออยตายแล้ว เมื่อคืนนี้ ถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ขณะกำลังเดินทางกลับจากตลาด ลักษณะศพ สภาพกระดูกแขน และขาทั้งสองข้างหักละเอียด อาจเกิดจากการที่คนร้าย เอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี คนร้ายอาจเห็นว่าเป็นผู้หญิงหน้าตาดี และเดินคนเดียวจึงลงมือก่อเหตุ.. ได้ยินอย่างนั้น เรารู้สึกเสียใจมากกก กับสิ่งที่เกิดกับเพื่อนที่สนิทที่สุด

จากนั้น.. พอเราได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ห้องอื่นๆ ในชั้นเดียวกัน เรื่องถุงราดหน้า ที่แขวนอยู่ที่ประตูห้องเราตอนดึก.. ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัด แต่จากที่คิดกันไป กันมา อาจจะเป็นไปได้ว่า หลังจากที่ออยตายไปแล้ว แต่ด้วยจิตใต้สำนึกสุดท้าย ที่เป็นห่วงเพื่อน เพราะว่าไม่สบาย จึงนำห่อราดหน้า และยาที่ซื้อมาฝากไปส่งให้ แต่จะไปส่งยังไง แขนหัก ขาหักหมด แล้วลักษณะที่เค้าเล่ามา คือออยพยายามใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพัก แล้วใช้คางเกยบันไดลากตัวเองขึ้นมา เป็นเสียง ‘ก่อก… ก่อก.. ก่อก..’ และเสียง ‘ครืด…’ คือเสียงลากตัวเอง จากบันได มาจนถึงหน้าห้อง ปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกัน หลังจากส่งห่อราดหน้า และยาให้ได้แล้วก็หมดห่วง.. จากที่สอบถามทุกคน ที่อยู่ที่หอพักชั้น 2 นั้น ต่างบอกว่า ได้ยินเสียงดังกล่าว เหมือนกันหมด..

จนวันงานศพออย ก็มีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งกับเรา คือตอนจบงานศพ ขณะที่เรานั่งรถพ่อกลับออกจากวัด ในรถนั้นมีกลิ่นเหม็นเน่า เหมือนกลิ่นศพ และฟอร์มาลีน ที่เรา และพ่อเราก็ต่างได้กลิ่นกันทั้งคู่ แต่พอขับผ่านเขตวัดเท่านั้น กลิ่นก็หายไปเฉยๆ เลย.. แต่เราก็ไม่ได้กลัว แต่กลับคิดว่า ออยเพื่อนสนิทเรา แค่ต้องการมาส่งเรากลับเท่านั้นเอง..…

Continue Reading
สะสมของเก่า

สะสมของเก่า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

สะสมของเก่า

สะสมของเก่า

สะสมของเก่า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เข็มเรียนจบ และทำงานมาได้ประมาณสิบปี ก็มีเงินเก็บก้อนหนึ่ง พอที่จะซื้อบ้านให้ตัวเองได้แล้ว ช่วงนั้นก็สนุกกับการแต่งบ้าน เข็มเป็นคนชอบเฟอนิเจอร์แนวโบราณ วินเทจๆ ก็จะตระเวนหาของเก่ามาแปลงโฉมใหม่ เพราะเข็มเชื่อว่าของที่ทำสมัยก่อน เป็นไม้แท้ที่คุณภาพดี ผิดกับของที่ขายในปัจจุบัน ที่มักจะเป็นไม้อัดราคาถูก และเข็มก็ไปได้ โต๊ะเครื่องแป้งโบราณ ตัวหนึ่ง ที่สวยมากๆ และราคาไม่แพง มาจากตลาดขายของเก่าแถวนนทบุรี

หลังจากส่งให้ช่างไม้ไปซ่อมแซม ขัดทำสีใหม่ เข็มก็เอาเข้ามาไว้ในห้องนอน.. ผ่านไปหลายวัน ทุกอย่างก็ปกติดี จนมีอยู่วันหนึ่ง เข็มกลับมาบ้านดึก หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็มาทาครีมที่โต๊ะเครื่องแป้ง และก็เหลือบไปเห็นหวีของเข็ม ที่มีผมพันอยู่เยอะผิดปกติ แต่ก็ยังไม่ได้เอะใจ ก็เข้านอนเลย.. กลางดึกคืนนั้น เข็มก็ต้องตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเหมือนเป็นเสียงเคาะกระจกหน้าต่าง สองสามครั้ง เข็มลุกไปที่หน้าต่าง แต่ก็ได้ยินเสียงเคาะกระจกอีก แต่มันไม่ใช่เสียงจากหน้าต่าง แต่เป็นเสียงเคาะมาจากกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง.. เมื่อหันไป สิ่งที่เข็มเห็นคือ ในกระจกมีภาพสะท้อนของหญิงไทยหน้าขาว ผมยาว ใส่ชุดไทยสมัยเก่าสีขาว แต่ไม่มีตาดำ กำลังหวีผมอยู่.. ตอนนั้นเข็มตกใจมากๆ รีบวิ่งลงไปชั้นล่างทันที คืนนั้น เข็มนอนที่โซฟาทั้งคืน

จนเช้ามา เข็มรีบโทรหา ปั่น แฟนเข็มให้มาที่บ้าน และพวกเราก็ขึ้นไปที่ห้องนอน ที่โต๊ะเครื่องแป้ง เข็มเห็นหวีที่มีผมพันอยู่ แต่เมื่อดึงออกมากลับเป็นผมยาวมากๆ เต็มไปหมด ซึ่งไม่ใช่ผมเข็มแน่ๆ เพราะเข็มเป็นคนผมสั้น ตอนนั้นเข็มมั่นใจว่าโดนแน่ๆ แล้ว.. ปั่นแนะนำให้ลองอยู่อีกคืนนึงดู เดี๋ยวคืนนี้ปั่นจะอยู่เป็นเพื่อน โดยปั่นเอากระดาษหนังสือพิมพ์ ปิดกระจกโต๊ะเครื่องแป้งไว้มิด และปั่นก็ถอดสร้อยพระของปั่นให้เข็มใส่นอน

คืนนั้นเหมือนจะผ่านไปด้วยดี เข็มนอนหลับสนิท โดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเช้าเลย พอเข็มตื่นมา ปั่นกลับไม่ได้นอนอยู่ข้างๆ เข็มรีบลงจากบ้านไป เห็นปั่นนั่งกอดเข่า ตัวสั่นอยู่ที่โซฟา เข็มถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ปั่นเล่าไปเสียงสั่นไปว่า เมื่อคืนตอนดึกๆ ปั่นรู้สึกเหมือนมีมือมาจับที่เท้า พอลุกขึ้นมาเท่านั้นแหละ เห็นเป็นผู้หญิงผมยาว นั่งหันหลัง หวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง.. ปั่นร้องตะโกนลั่น และเขย่าตัวเรา เขย่าเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น และผู้หญิงคนนั้นก็หันหัวกลับมามอง โดยที่ยังนั่งหันหลังให้อยู่อย่างนั้น

หลังจากวันนั้น พวกเราก็นำโต๊ะเครื่องแป้งนี้ไปมอบให้วัดแห่งหนึ่ง โดยที่ทางวัดก็ลงยันต์ไว้ และเก็บไว้อย่างมิดชิดจนถึงตอนนี้.. เรื่องนี้ทำให้เข็มก็เริ่มกลัวของโบราณขึ้น แต่ก็ยังคงชอบอยู่ดี แต่เข็มก็จะพยายามสืบประวัติของของที่จะซื้อให้ดีขึ้น เพราะของของใคร ใครก็ต้องหวง..

ขอขอบคุณแหล่งที่มา SINTHAI…

Continue Reading
วิญญาณผ่านร่าง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วิญญาณผ่านร่าง

วิญญาณผ่านร่าง

วิญญาณผ่านร่าง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วิญญาณผ่านร่าง

คุณแนนเล่าว่า.. แนนมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชื่อปอ ที่บ้านปอเป็นคนเคร่งศาสนา พ่อแม่ของปอเป็น ร่างทรง ทั้งสอง รวมทั้งปอก็เคยเล่าให้แนนฟังว่า ปอเองก็เคยมีองค์มาลงเช่นเดียวกัน ซึ่งในตอนนั้นแนนเป็นผู้ที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องเหล่านี้สักเท่าไหร่ ก็เลยมิได้คิดอะไร

ที่แนนจะเล่า เป็นเหตุการณ์ในขณะที่ไปเข้าค่ายอาสาเมื่อยุคม. ปลาย โดยในเวลานั้น แนน ปอ และก็เพื่อนๆในชั้นเรียนก็ไปกันโดยรถทัวร์ของโรงเรียน มีราวเกือบ 40 คน จุดมุ่งหมายเป็นจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มเดินทางบ่ายวันศุกร์ กลับเย็นวันอาทิตย์ ค้าง 2 คืนจ้ะ ค่ายอาสาคราวนี้ เป็นการไปศึกษาการใช้ชีวิตของชาวบ้านท้องถิ่นตรงนั้น

พอเดินทางไปถึงก็มืดแล้ว ที่พักของเราจะเป็นโรงแรมเล็กๆ ที่อยู่ค่อนข้างลึกเข้าไปจากถนนสายหลัก แนนนอนห้องเดียวกับปอ ซึ่งตอนนั้นเราสองคนยังไม่ได้สนิทกันมาก เพราะปอเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนอื่นได้ไม่นาน.. หลังจากอาบน้ำทำธุระส่วนตัวกันเสร็จ ก็ปิดไฟเข้านอนเลย โดยเปิดไฟห้องน้ำ และแง้มประตูไว้นิดหน่อยให้พอมีแสงสว่าง

กลางดึกคืนนั้น แนนตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงคนพูดอะไรพึมพำอยู่ใกล้ๆ แนนตกใจมาก เลยหันไปที่ปอ แนนเห็นปอนอนหลับตา แต่ปากขมุบขมิบพูดอะไรพึมพำ และน้ำเสียงที่ได้ยินนั้นกลับแหบแห้งเหมือนชายแก่ ซึ่งฟังไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้.. ตอนนั้นแนนรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังทันที เลยตัดสินใจวิ่งออกจากห้องไปเคาะประตูหา เพลิน กับ ยุ้ย ที่อยู่ห้องข้างๆ และเล่าให้ฟัง พอได้ยินแบบนั้น ก็ไม่มีใครกล้าไปที่ห้องแนนเลย

ผ่านไปสักพักใหญ่ สุดท้ายพวกเราทั้ง 3 คนก็รวบรวมความกล้ากลับไปที่ห้องแนน ซึ่งพอเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นคือปอนั่งคุกเข่าอยู่บนเตียง ผงกหัวขึ้นลงซ้ำๆ ดูผิดปกติมาก จนแนนต้องตะโกนเรียกชื่อปอเสียงดัง ปอถึงจะหันหน้ามา ทำหน้าสงสัย และถามว่า ‘เกิดอะไรขึ้น แล้วเพลินกับยุ้ยมาทำอะไร?’ แนนเลยเล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง แต่ปอกลับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงเรียบง่ายว่า.. ‘อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกพวกแก เราเคยถูกทำพิธีเปิดร่างทรง เป็นคนที่เป็นทางผ่านให้วิญญาณได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนเพลีย จิตอ่อน อาจมีโอกาสที่วิญญาณเร่ร่อนจะมาผ่านร่างเราได้ง่าย..’ พอได้ยินแบบนั้น ทั้งแนน เพลิน และยุ้ย ก็ได้แต่มองหน้ากัน พูดอะไรไม่ออก.. แล้วแนนก็ขอย้ายไปนอนที่ห้องของเพลินกับยุ้ยทั้ง 2 คืนเลยค่ะ..

จากวันนั้นจนถึงตอนนี้ แนนกับปอก็เป็นเพื่อนสนิทกัน คุยกันได้ปกติดี และเรา 2 คน ก็เข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันอีก แต่เมื่อไหร่ที่ต้องไปค้างคืนที่ไหน แนนก็จะขอแยกห้องนอน โดยที่ปอก็เข้าใจดีว่าแนนกลัว..…

Continue Reading
สองสาวชุดดำ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สองสาวชุดดำ

สองสาวชุดดำ

สองสาวชุดดำ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สองสาวชุดดำ

ในคืนวันหนึ่ง ขณะที่คุณหนุ่มกำลังเดินทางกลับบ้าน หลังจากไปเที่ยวกับเพื่อนแถวๆ รัชดา ระหว่างที่ขับรถกลับ ตอนนั้นเวลาประมาณตี 2 กว่าๆ ก็พบหญิงสาว 2 คน สวมชุดดำ ทั้งชุดยืนโบกรถอยู่ ตัวคุณหนุ่มเอง มองกระจกหลัง ก็ไม่เห็นแท็กซี่ตามมา จึงเข้าใจว่า หญิงสาวทั้ง 2 คงโบกเรียกรถของตัว อีกทั้งเวลานั้นก็ดึกมากแล้ว แท็กซี่คงหายาก และสองสาวนั้นก็หน้าตาดีด้วย คุณหนุ่มจึงตัดสินใจจอดรับ..

คุณหนุ่มเปิดกระจก เพื่อถามสองสาวชุดดำว่าจะไปไหน สาวชุดดำคนหนึ่งบอกว่า รบกวนช่วยพาไปส่งที่วัดเสมียนนารีที คุณหนุ่มเห็นว่าเป็นทางผ่านจึงตอบตกลงไป.. เมื่อเธอทั้ง 2 ขึ้นมาบนรถ คนหนึ่งนั่งหน้า ส่วนอีกคนนั่ง

หลัง ระหว่างทางคุณหนุ่มรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเธอทั้งคู่ ถึงไม่คุยกันเลย อีกทั้งหน้าตาก็ดูเศร้า แม้แต่เวลาที่ชวนคุย ก็เป็นลักษณะถามคำตอบคำ คุณหนุ่มก็คิดในใจว่า สงสัยจะมีญาติเสียอยู่ที่วัด ทำให้คุณหนุ่ม ที่ตอนแรกตั้งใจจะขอเบอร์โทรไว้ ต้องหยุดความตั้งใจนั้น เมื่อขับผ่านถนนสายวิภาวดีมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าทางเข้าวัดเสมียนนารี ขณะที่รถกำลังข้ามทางรถไฟ และเลี้ยวขวา คุณหนุ่มได้มองทางขวาชั่วประเดี๋ยวเดียว แล้วจะหันกลับมาถามว่า ทั้งคู่จะลงตรงไหน แต่ปรากฏว่าเธอทั้งคู่ หายไปแล้ว..

ระหว่างที่เลี้ยว ก็ไม่ได้มีเสียงเปิดปิดประตูแต่อย่างใด แล้วทั้งสอง ลงไปตอนไหน..? ในช่วงเวลาที่คุณหนุ่มกำลังสับสน สายตาก็เหลือบไปมองทางด้านขวา ซึ่งเป็นรางรถไฟ ภาพที่คุณหนุ่มเห็นคือ หญิงสาวสองคนนั้น อยู่บนรางรถไฟ ร่างกายขาดครึ่ง เหลือแต่ท่อนบน และเธอทั้งสองคน กำลังคลานเข้ามาหากัน..

เหตุการณ์นี้ ทำให้คุณหนุ่มเป็นโรคหัวใจ มาจนถึงทุกวันนี้ หลายคนคิดว่า เพราะฤทธิ์สุรา ทำให้คุณหนุ่มเห็นภาพหลอน.. แต่มีคนขับแท็กซี่จำนวนมาก ที่เคยได้รับเธอไปส่งที่วัดเสมียนนารี และเจอเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน นั่นคือ จู่ๆ ก็หายไปจากรถ จนกระทั่ง มีผู้นำข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่พาดหัวหน้า 1 ว่า “ตายขาดสยอง” นางสาวชุลี และ สุลี ทิพย์สุขศรี สองพี่น้องขับรถสวนรถไฟ โดยศพสาวทั้ง 2 ได้ถูกรถไฟทับขาดครึ่งสยองใกล้วัดเสมียนนารี

ขอบคุณแหล่งที่มา thehouse…

Continue Reading
คำเตือนของพ่อ

คำเตือนของพ่อ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

คำเตือนของพ่อ

คำเตือนของพ่อ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน คำเตือนของพ่อ

เรื่องนี้เป็นเรื่องจากคุณบอย ที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยคุณบอยเล่าว่า.. ผมกับเจต เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น จนตอนนี้เราอยู่ ม.5 แล้ว และด้วยความใจดีของครอบครัวเจต ที่ให้ผมย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย จะได้ไม่ต้องไปเช่าหออยู่เอง เนื่องจากผมมาจากต่างจังหวัด

ครอบครัวของเจตจะมีแม่ และพี่สาวของเจตอีกสองคน ส่วนพ่อของเจตนั้นเสียไปแล้ว เนื่องจาก อุบัติเหตุ ทางรถยนต์เมื่อเกือบ 5 ปีมาแล้ว.. ผมและเจตก็เป็นเหมือนพี่น้องกันเลยครับ เพราะเรานอนห้องเดียวกัน อยู่บ้านเดียวกัน และไปเรียนที่เดียวกัน

คืนหนึ่งในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน.. ผมตื่นขึ้นมากลางดึก เพื่อลุกไปเข้าห้องน้ำ พอทำธุระเสร็จผมก็กลับมาที่เตียง แม้จะมืดหน่อย แต่ผมเห็นเงาของชายคนหนึ่ง หน้าตาเศร้าๆ นั่งอยู่ที่ปลายเตียงตรงเท้าของเจต และมองมาที่เจตที่กำลังหลับอยู่.. ตอนนั้นผมกลัวมาก พยายามไม่มอง และรีบเข้าไปในผ้าห่มคลุมโปงทันที

วันต่อมาผมเล่าให้เจตฟัง แต่เจตก็ไม่เชื่อผม และก็รีบตัดบท เพราะเจตเป็นคนก็ขี้กลัว.. เย็นวันนั้นแม่เจตใช้ให้เจตออกไปซื้อกับข้าวจากตลาดแถวบ้าน โดยที่เจตก็ชวนผมไป แต่ผมไม่ได้ไป ระหว่างที่เจตกำลังเอารถมอเตอไซค์ไปที่ประตูหน้าบ้าน ตอนนั้นผมมองผ่านหน้าต่างห้องครัว ผมเห็นเงาลางๆ ของชายคนหนึ่ง อยู่ที่ประตูหน้าบ้านที่เจตออกไป..

จากนั้นไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็มีคนมากดกริ่งหน้าบ้าน และตะโกนว่า “น้องเจตถูกรถชน” ทุกคนในบ้านตกใจมาก แม่เจตรีบขับรถพาพวกเราไปที่เกิดเหตุ ก็ต้องพบกับร่างไร้วิญญาณของเจต นอนจมกองเลือดอยู่บนถนนหน้าหมู่บ้าน คนแถวนั้นบอกว่า เจตถูกรถกระบะฝ่าไฟแดงมาชนแล้วหนีไป แม่ของเจต และพี่สาวแทบจะล้มทั้งยืน กอดศพของเจต เป็นภาพที่ผมไม่มีวันลืมเลย

คืนนั้นเมื่อผมกลับมาถึงบ้านเจต ผมก็เพิ่งสังเกตุเห็นรูปของพ่อเจตบนหิ้ง ซึ่งผมไม่เคยได้สนใจ และผมก็ต้องขนลุกทันที เพราะนั่นคือใบหน้าเดียวกันกับเงาที่ผมเห็นทั้ง 2 ครั้งก่อนเจตตาย! วิญญาณพ่อของเจตคงพยายามจะมาเตือนอะไรกับเจตลูกชายของเขานั่นเอง..?…

Continue Reading
ผีกลับมาเกิด

ผีกลับมาเกิด เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีกลับมาเกิด

ผีกลับมาเกิด

ผีกลับมาเกิด เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ประเด็นนี้คือเรื่องของผู้หญิงชื่อปลา ซึ่งปลาแต่งงานมา 2 ปี แล้วก็ ตั้งครรภ์ ได้ 5 เดือนแล้ว ปลามีสามีเป็นนักธุรกิจที่จำต้องเดินทางบ่อยๆปลากับสามีก็เลยไม่ค่อยได้อยู่ร่วมกันเท่าไหร่

ปลาเริ่มคิดว่าพักหลังมานี้ตัวเองกลัวการนอน เพราะว่าครั้งใดก็ตามนอนจะรู้สึกเสมือนมีคนมาอยู่ด้านในห้องด้วยเสมอ ปลาจะต้องแอบกินยานอนเสมอๆทุกครั้งที่เธอจะต้องนอนคนเดียว

ปลาเล่าให้สามีฟัง สามีปลาได้แต่ชี้แนะให้ปลาไปทำบุญทำกุศลอุทิศส่วนกุศลให้ศพไม่มีญาติ ซึ่งปลาก็ทำตาม และรู้สึกดีขึ้น..

วันหนึ่งปลาต้องเดินทางไปต่างจังหวัดกับสามีของเธอเป็นเวลา 2 คืน และในงานเลี้ยงที่โรงแรมในคืนแรกนั้น ปลาขอตัวกลับขึ้นห้องมาก่อนเพราะรู้สึกปวดหัว ปลาล้มตัวนอนหลับไปบนเตียง สักพักใหญ่ปลาได้ยินเสียงคนพูดกระซิบเบาๆ ทั้งเสียงผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก เสียงนั้นก้องอยู่รอบตัว และปลาลืมตาขึ้นมา..

สิ่งที่ปลาเห็นคือ เงาดำทะมึนคล้ายร่างคนนับ 10 ยืนล้อมเตียงเธออยู่.. ปลาตกใจมากจนสลบไป..

หลังจากนั้นปลาได้ไปหาหมอด้านไสยศาสตร์ และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง หมอท่านนั้นหัวเราะเบาๆ และบอกกับปลาว่า.. “เพราะว่ากำลังท้องไง.. พวกผีไม่มีญาติเลยตามมา อยากจะมาเกิด..”…

Continue Reading
ลิฟท์สยอง

ลิฟท์สยอง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ลิฟท์สยอง
ลิฟท์สยอง

ลิฟท์สยอง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เบล ได้งานใหม่เป็นพนักงานข้างการตลาด และก็อีเว้นท์ ของบริษัทแห่งหนึ่งในเมือง เป็นธุรกิจเล็กๆที่เปิดกิจการมาหลายสิบปีแล้ว สถานที่ทำงานของเบลอยู่ที่ชั้น 27 การจะ ขึ้นลงลิฟท์ ของตึกนี้ ต้องใช้บัตรพนักงานก่อนแล้วจึงกดชั้นเท่านั้น..

วันที่เกิดเหตุ เป็นวันที่บริษัทต้องไปออกบูธขายของ ตรงเวลา 3 วัน เมื่อจบงานในแต่ละวัน ก็ควรจะมีการขนของกลับมาไว้ที่ออฟฟิศ..

หลังจบงานวันสุดท้ายของการออกบูธ เบลกับเพื่อนๆ แวะกินข้าวกันจนดึก และทั้งหมด ก็ได้กลับมาเก็บของจากการจัดงานที่ออฟฟิศเหมือนทุกวัน เมื่อเก็บของเรียบร้อย ประมาณเที่ยงคืน ทุกคนก็ลงลิฟท์กลับพร้อมกัน ระหว่างลิฟท์กำลังลงมาได้ไม่กี่ชั้น เบลนึกขึ้นได้ว่าวางกุญแจรถไว้บนโต๊ะ เบลจึงกดชั้น 18 เพื่อเปลี่ยนลิฟท์กลับไปเอากุญแจ และบอกเพื่อนว่าให้กลับกันก่อนเลย

เมื่อได้กุญแจแล้ว เบลก็กดลิฟท์ลง เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ด้านในมีคนผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งลงมาด้วย เบลเข้ามากดชั้น 1 โดยที่ ปุ่มชั้น 18 ก็ติดอยู่เช่นกัน เมื่อลิฟท์ลงมาถึงชั้น 18 ประตูเปิดออก เบลก็กดปุ่มเปิดค้างไว้เพื่อให้ชายคนนั้นออก แต่ชายคนนั้นก็ไม่เห็นเดินออกไป เบลจึงหันไป สิ่งที่เบลเห็นคือ.. ลิฟท์ว่างเปล่า..

เมื่อลงมาถึงชั้น 1 ด้วยความช็อค เบลไม่เห็นใครนอกจากยามเฝ้าตึก เบลรีบเล่าเรื่องนี้ให้ยามด้านล่างฟัง.. ยามจึงบอกให้เบลฟังว่า เมื่อหลายปีมาแล้ว มีเจ้าของบริษัทหนึ่งในตึกนี้ แกเป็นหนี้ท่วมหัว คืนนึง แกลงลิฟท์มาชั้น 18 แล้วก็กระโดดตึกลงมาตาย เวลาประมาณนี้เลยล่ะ

บางคนที่นี่ก็เคยเล่าว่า เวลาลงลิฟท์มาดึกๆ กดชั้น 1 อยู่ๆ ไฟปุ่มชั้น 18 ก็ติดทั้งที่ไม่มีใครในลิฟท์เลย..…

Continue Reading
แขกไม่ได้รับเชิญ

แขกไม่ได้รับเชิญ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

แขกไม่ได้รับเชิญ
แขกไม่ได้รับเชิญ 

แขกไม่ได้รับเชิญ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เมื่อตอนราว ปี2552 ในเวลานั้นจขกท.อยู่ม.6 แล้วที่บ้านกำลังหาซื้อบ้านใหม่ เนื่องจากว่าบ้านเดิมเป็นทาวน์เฮา พ่อพวกเราเลยอยากได้บ้านเดี่ยวงามๆซักข้างหลัง ราคาเบาๆเลยตกลงใจไปดูบ้านหลังนึงที่ไม่ห่างจากบ้านเก่าพวกเราเท่าไร วันนั้นตอนเย็นๆเลิกเรียน พวกเรา กับที่บ้านเลยขับรถไปดูบ้านข้างหลังนั้น ขออธิบายนะคะว่าบ้านหลังนั้นงามมากก เป็นบ้านชั้นครึ่ง ช่วงแรกเดินเข้าไปโอ้โหหห พื้นที่ใช้สอยมากเกิน มีเฟอร์ฯครบอิมพอร์ตจากเมืองนอก เพราะเป็นบ้านของเมียคนต่างชาติ ซึ่งน้าเค้าจะย้ายไปอยู่กับผัวที่อังกฤษ พวกเราก็แบบถูกใจมากนะแต่ว่าติดตรงที่เป็นบ้านมือสองเลยไม่โอเค ม๊าพวกเราไม่ค่อยว่าอะไรเพราะใกล้ที่ทำงานม๊ามากยิ่งกว่า ภายหลังมองบ้านเสร็จพวกเราก็กำลังจะขับขี่รถตรงข้าม แต่ว่าทางหน้าบ้านคุณน้าคนนั้นเป็นฟุตบาทรถยนต์ทางเดียวซึ่งกลับรถมิได้ พ่อพวกเราเลยขับไปด้านหน้าก่อนเพื่อหาที่กลับรถ สองข้างถนนเปลี่ยวมากมาย เราคิดในใจ เพราะเหตุใดทางกลับรถมันไม่มีเลยคะ แม้ว่า1ทุ่มกว่าๆมืด เปลี่ยวและน่ากลัวมาก

ทางซ้ายมือคล้ายๆเป็นโรงงานเล็กๆทำอะไรซักอย่าง พอเห็นทางข้างหน้าเป็นทาง4แยกเล็กๆ ซึ่งแน่นอนไม่มีรถเลย มีแต่คันของที่บ้านเรา ป๋าเราก็หักท้ายมาซ้ายมือ ปรากฏว่า. ทางขวามือเป็นหอพัก! เรามองครั้งแรกตกใจมากจากลักษณะของหอคือ เป็นหอ2ชั้น และไม่มีห้องไหนเปิดไฟเลย มันแปลกอ่ะแปลกมากที่สำคัญ มี ต้นโพธิ์ใหญ่ กลางซอยเข้าหอ บ้าไปแล้วด้วยความที่ปากไวกว่าความคิดเลยพูดขึ้น”หอบ้าอะไรอยู่ทางสี่แพร่ง มืดก็มืดน่ากลัวอ่า” พี่เรา ป๋าม๊าเราเงียบหมดไม่มีใครพูดอะไร เราชะงักเพราะคิดว่า อ้าวชิหายล่ะตรูทำไมทักแบบนี้วะปากเสียจริงๆ ปกติเราจะเป็นคนเห็นอะไรแปลกๆตอนกลางคืนบ่อยมากกกกกก แต่ละครั้งทำเราสยองหลอนไปหลายวัน และหลังจากนั้น เราก็เริ่มเจอเหตุการณ์แปลกไม่รู้ว่าเราคิดไปเองรึว่าอะไร วันนึงเราโดดเรียนไปกับเพื่อนๆ(ฮี่ๆตอนสมัยนั้นเกเรมาก) เราไปกับเพื่อนประมาณ5 คนรวมเราด้วย นั่งรถเมล์ไปวังหลัง ระหว่างที่เพื่อนเรากำลังจ่ายตังค่ารถเมล์ ยื่นแบงค์50ให้ กระเป๋าทอนมา2บาท พวกเรางงมาก มันถามเรามากันกี่คนวะ? เราบอก5คนนะทำไมหรอ มันเลยทวงตังทอนอีก8บาทจาก กระเป๋ารถเมล์ และ

พี่กระเป๋านางบอกว่า “อ้าว ก็6คนไง ถูกแล้วนิ ”
เพื่อนเราเถียง ” พี่6คนที่ไหน หนูมา5คน”
พี่กระเป๋า “น้องผู้หญิงผมหยิกเสื้อพละนั่นไง”

พวกเรามองหน้ากัน แล้วเงียบไม่พูดอะไรอีกเลย เพื่อนที่นั่งเบาะข้างหลังคนเดียวรีบวิ่งขึ้นมานั่งข้างหน้าพวกเรา และเราก็ไปเดินเล่นวังหลังกัน เราก็ตะหงิดๆแล้ว เอ๊ะ!ไอ่กระเป๋ามันอำป่ะหว่ะ ช่างเหอะๆ แค่8บาทเอง

วันต่อมา เราก็คุยกะเพื่อนเพราะในตอนนั้นธุรกิจขายโปรตีนเชคๆ กำลังมา เราบอกเพื่อนว่าจะไปสัมนาเผื่อจะหารายได้เสริมบ้าง เราก็นั่งเล่นกันอยู่ประมาณ 4-5ชะนีแอนด์เดอะแก็ง ตอนนั้นพักเที่ยง โรงเรียนเรามีห้องเรียนประจำเดินเรียนบ้างบางวิชา เราเรียนศิลญี่ปุ่น ห้องอยู่ชั้น3 พอดีมีเพื่อนห้องวิทย์มาคุยกะเพื่อนเก้งในห้องเรา และหันหน้ามาทางพวกเราแบบแปลกๆ พวกเราก็ไม่ได้อะไร หลังจากเพื่อนห้องวิทย์คนนั้นกลับห้องไป เพื่อนเก้งนามสมมุติ เก่ง ก็เดินมาหาพวกเราที่นั่งคุยกันอยู่และยิงคำถาม
เก่ง “พวกเอ็งมีกันแค่นี้หรอ เมื่อกี้ใครใส่ชุดพละผมยาวๆหยิกๆว่ะ นั่งหันหลัง? ใช่ไอ่ เอ้(นามสมมุติ) ป่ะ?พวกเอ็งรู้จักมันด้วยหรอ?”

อ้าวงงเป็นไก่ตาแตก เอ้นี่ห้องวิทย์ ซึ่งพวกเราไม่รู้จัก ตรูอยู่ของตรูแค่นี้
เรา “เ มิงบ้าหรอ ตรูอยู่กันแค่นี้ ไม่มีใครมานั่งด้วย”
เก่ง “เมื่อกี้ บี(นามสมมุติ) เห็นว่ามานั่งตรูก็เห็นมานั่งด้วยเลยงง ”
เพื่อนเรา “และเอ้นี่นั่งข้างใคร?”
เก่ง “ข้าง เอ็งอ่ะ e….(ตรูเองงง)” มานั่งกะตรูทำไม
เพื่อนเรา “และตอนนี้เห็นป่ะล่ะ”
เก่ง “เออ มันหายไปไหนวะ”

เพื่อนหันมามองเรา แบบสยองๆ เรานี่เงิบเลยจ้า เก่งเลยเดินจากไป ทิ้งพวกเรางงและสยองๆ มันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อวานกับวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราไม่ชอบเลยนี่มันกลางวันนะเว้ยย!! จะบอกว่าที่เกิดขึ้นกับเรามันเป็นเวลา 1อาทิตย์เท่านั้น ตั้งแต่ไปดูบ้าน พอวันเสาร์เรานั่ง btsไปลงเพลินจิต สัมนาเสร็จเกือบ3ทุ่ม เราเขว้งเลยไม่รู้ว่ากลับบ้านยังไง บ้านต้องกลับทางสายใต้ใหม่ เราเลยนั่งรถเมล์ไปแถวๆถนนเส้นนึงแถวๆจุฬา เราจำไม่ได้ว่าที่ไหน ตอนนั้นเราโทรถามทางเพื่อนและเพื่อนบอกเรานั่งรถผิดฝั่ง ให้ลงรถและข้ามสะพานลอยมาฝั่งตรงข้ามนั่งรถสายเดิมกลับ ระหว่างลงรถเราเดินขึ้นสะพานลอยมาเราเห็น ผู้ชายคนนึงใส่เสื้อสีน้ำตาลกางเกงสียืนๆหน่อยเดินตามขึ้นมา เราเลยกลัวว่าจะอันตรายรึป่าวเลยหันไปมองอีกที ตอนนั้นเราได้ยินเสียงคนเดินตามมาติดๆ หันหลังไป

….. ว่างเปล่าไม่มีใครเลย!!! เรากลัวมากวิ่งลงให้เร็วที่สุด เพื่อนเราบอกใจเยนๆ เป็นอะไร เราบอกขอวางก่อนนะถึงบ้านเดี๋ยวโทรหา ระหว่างทางที่เรานั่งรถตู้กลับบ้านซึ่งมันดึกแล้ว เรารู้สึกมีคนนั่งข้างหลังตลอดเวลา เราระแวงหันไปมองบ่อยมากแต่ไม่เจอใคร รถตู้มีคนน้อยมาก เหตุการณ์ทุกอย่างเราจำได้ไม่มีวันลืม

ตอนนั้นที่บ้านเราป๋าม๊าเค้าเจาะผนังบ้านซึ่งบ้าน เป็นทาวน์เฮาส์ทำอะไรได้ยินเสียงหมด เรากลับมาก็อาบน้ำ ตอนนั้นเราเลี้ยงหมาด้วยเอาหมามานอนในห้องทุกวัน อายุ2ดือนพันธุ์เทอร์เลีย เราเพลียมากไม่ได้โทรหาเพื่อนเลยหลับไป เราตื่นขึ้นมาอีกที หมาเรามันร้องเอ๋งๆหิ้วน้ำเลยเติมน้ำให้มัน ปกติมันไม่เคยตื่นมาเอ๋งอ๋างอะไรเลย เราเดินมาเอาน้ำให้มันไฟข้างล่างปิดหมดแล้ว เอาน้ำให้มันเราก็นอนต่อ อธิบายลักษณะห้องเรานิดนึงนะคะ เป็นห้องเล็กๆเปิดประตูเข้ามาตู้เสื้อผ้าอยู่ซ้ายมือเรียงจนถึงกำแพงอีกฝั่ง ขวามือใกล้ประตูเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง เตียงเราอยู่ทางขวามือติดหน้าต่าง ทีวีอยู่ปลายเท้า หมาเรานอนใกล้ๆกับโต๊ะข้างเตียง เตียงเราขนาด3.5ฟุต พอนอนคนเดียว เราเป็นคนนอนตะแคงข้างซ้ายซึ่งจะหันหน้าไปทางหน้าต่าง หันหลังให้ประตู พอกำลังจะหลับเคลิ้มๆกึ่งหลับกึ่งตื่น เรารู้สึกว่าปลายเตียงเรายุบ ฟุบบ! เราคิดว่าทำไมเตียงยุบวะ อ้ออ ม๊าคงเข้ามานั่งห่มผ้าให้เรารึป่าวแต่…. เราเป็นคนล็อคกลอนทุกครั้งที่ปิดประตูห้อง

เอ๊ะ! รึว่าเจ้าหมู(หมาของเรา)มันกระโดดขึ้นมาขอนอนด้วยแต่…. มันแค่2เดือน เดินยังไม่แข็งกระโดดนี่ไม่มีทางเพราะเตียงนี่สูงกว่ามันมาก ระหว่างที่คิดนั้น ฟุบบ! เห้ย ..ขยับมากลางเตียงแล้ว คิดว่าในห้องนี้มีแค่เรากับหมาเท่านั้นถ้าจะมีอะไรก็ไม่ใช่คนแล้วหล่ะ ฟุบบ! คราวนี้ครึ่งเตียงยุบลงไปหมดเลยรวมถึงหมอนด้วยเหมือนมีคนนอนข้างๆเรา เรากลัวมากเรายังนอนตะแคงไปทางหน้าต่าง เรารู้แล้วว่าเราเจอเข้ากับอะไร เลยท่องบทสวดมน “นะโมตัสสะ..” กำลังจะท่องต่อ มีเสียงนึงพูดข้างๆหูเราขึ้นมาว่า “ไม่ต้องท่องหรอกไม่ได้ช่วยอะไร” และมีเสียงหัวเราะในลำคอเสียงเย็นน่ากลัวมาก เราแยกไม่ออกว่าเสียงผู้หญิงรึว่าผู้ชาย

พิมพ์ไปขนลุกไปเมื่อคิดถึงตอนนั้น นอนน้ำตาไหล กระดุกกระดิกไม่ได้ กลัวจนทำอะไรไม่ถูก เค้าตนนั้นนอนข้างหลังเรานานเท่าไหร่ไม่รู้ เรารู้อีกทีก็ประมาณตี4 กลัวมากนั่งร้องไห้ ผวา คิดทบทวนว่าเมื่อกี้คืออะไรเรากำลังนอนๆอยู่ ได้ยินเสียงทุบกำแพง ข้างๆหน้าต่างที่เรานอน ทุบแรงมากกกก เลยมาทุบทั่วห้องเลย ทุบอยู่นั่น เราคิดว่าป๋าม๊าเราทำที่แขวนรูปเจาะผนังข้างล่างรึป่าวแต่นี่มันตี4 คงหลับกันไปหมดแล้ว เราผวาเปิดไฟเลยทีนี้ อยากวิ่งไปห้องป๋าม๊าข้างๆ แต่เกรงใจเพราะมันจะเช้าแล้วข่มตานอนให้หลับ

พอตอนเช้า ไม่ได้เล่าให้ใครฟังกลัวเค้าหาว่าคิดไปเอง ตกเย็นไฟดับจ้าาา!!เราเลยเล่าให้ม๊าฟังจะ ม๊าบอกเพ้อเจ้อที่บ้านมีพระ ใครจะเข้ามาได้ อ้าว!! เราก็คิดตรงนี้แต่เราไม่รู้เค้ามาได้ไง ไม่สบายใจมากกลัวบ้านตัวเองไปเลยช่วงนั้น ม๊าเราเลยโทรหายาย เราเลยบอกยายว่าเราโดนผีหลอก เกิดมาเพิ่งโดนหลอกแบบสยองขนาดนี้ปกติจะเจอ ..แกว่งขาบนต้นไม้ กับยืนริมถนนนี่ก็น่ากลัวแล้วนะ อันนี้นี่แนบชิดห่างจากเราไม่ถึงฟุต ยายเราเลยให้ท่องอิติปิโสตามอายุ+1ก่อนนอนทุกคืน แล้วเราก็ไม่เคยโดนแบบนี้อีก

ทุกวันนี้เราก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเค้าถึงเข้าบ้านเราได้ หรือเพราะเราปากพร่อยก็ไม่รู้ เดี๋ยวนี้ก็เจอบ้างเป็นเสียงบ้าง เงาบ้าง แต่ที่เจอมาเรื่องนี้เรากลัวที่สุดในชีวิตเลย ใครที่เห็นอะไรตอนกลางคืนแนะนำนะคะ อย่าทัก!!! อันนี้เรื่องจริง ถ้าเขียนอะไรชวนงงก็ขออภัยนะคะจริงๆ จขกท เจอผีบ่อยมากกกกแต่ก็ยังกลัวอยู่ เพราะมาแต่ละครั้งไม่ซ้ำเลย เรามีเรื่องของเราที่เราเจอเยอะมาก วันหลังจะเอามาเล่าให้ฟังอีกนะ เป็นกระทู้แรกของเรา ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ใครมีเรื่องราวหลอนๆ มาแชร์กันได้นะ…

Continue Reading