เรื่องเล่างานศพ

เรื่องเล่างานศพ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องเล่างานศพ
เรื่องเล่างานศพ 

เรื่องเล่างานศพ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ในงานสวดศพพี่แหม่มหัวหน้างาน งานศพ คืนแรกก็เจอดี พระสวดจบบทแรกพี่แหม่มก็ขอตัวออกจากศาลา เพราะว่าพงษ์ในรูปหน้างานนั้นยิ้มให้หลายครั้ง สักพักมีคุณป้าเดินเข้ามาในงาน พ่อแม่ของพงษ์เดินออกมารับ แต่คุณป้าถามว่าลูกชายคนเมือกี้ไปไหนแล้วล่ะ แต่พ่อแม่ของพงษ์มีลูกคนเดียว ป้าคนนั้นก็ยืนยันว่าลูกชายไปรับหน้างาน แล้วพอนึกว่าว่าหนุ่มคนนั้นหน้าตาเหมือนพงษ์ป้าก็ตัดสินใจไม่เข้าไปในศาลา ได้แต่นั่งแปะหายาดมอยู่ในเต๊นท์ข้างนอก

คืนสุดท้าย พระสวดได้สองบท คุณลุงคนหนึ่งก็ลุกขึ้น คนก็ถามว่าจะไปห้องน้ำใช่ไหม ลุงตอบไม่ใช่ พงษ์เทพในรูปร้องไห้น้ำตาไหลพรากลุงทนดูไม่ไหวแล้ว พระสวดเสร็จเพ็ญกับเพื่อนก็พากันกลับ ตอนที่จะออกรถนั้น เพื่อนของเพ็ญบอกด้วยเสียงสั่นๆว่า พงษ์มาส่งเรา เพ็ญหันขวับไปดูด้านหลัง จำได้ทันทีว่าพงษ์แน่นอน ก่อนร่างนั้นจะเลือนหายไป…

Continue Reading
เธอเขาเราผี

เธอเขาเราผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เธอเขาเราผี
เธอเขาเราผี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เธอเขาเราผี

เรื่องนี้เริ่มจาก ส้มกับหรั่งเป็นแฟนกัน โดยหรั่งเป็นทีมอาต ให้กองถ่ายหนัง ส่วนส้มเป็นช่างแต่งหน้าให้กองถ่ายซึ่งเรื่องราวก็เกิดขึ้นเพราะ ด้วยความที่หรั่งเป็น ทีมอาตที่หล่อมาไม่ว่าจะเป็น นางแบบ นักแสดงผู้ชาย แม้กระทั่งผู้กำกับทุกคนต่างล้วนชอบหรั่ง ด้วยกันทั้งนั้นซึ่งก็เป็นแบบนี้มาตลอดแต่ส้มก็ไม่ได้ คิดอะไรมาก เพราะทั้งคู่ ส้มกับหรั่งก็รักกันมากจนกระทั้ง ถึง วันวันหนึ่งส้มเปิดประตูเข้ามาพบว่าหรั่ง กำลังนอนกับ นางแบบคนหนึ่ง

หรั่งตื่นขึ้นมาพอดี พร้อมบอกว่า รักส้และการนอนกับคนอื่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะรักคนที่นอนด้วยส้มเสียใจมาก จึงบอกเลิกหรั่งแล้วไล่หรั่ง ออกจากห้องระหว่างนั้นส้มก็คิดที่จะฆ่าตัวตายแต่ก็มีคนมาห้ามไว้ ทำให้ได้รู้จักกับเปิ้ล

ชายผู้แสนดี ห้องข้างๆ ที่ส้มไม่เคยรู้เลยว่ามีคนอาศัยอยู่ด้วยอาจเพราะส้มไม่เคยใส่ใจเลยมากกว่า เรื่องราวก็ดำเนินต่อไป ด้วยการที่หรั่งพยายามขอคืนดีกับส้มครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่เป็นผล

ประกอบกับจังหวะนั้น เปิ้ล ผู้ชายที่แสนดีก็พยายามทำคะแแนนทุกอย่างเพื่อให้ส้มรัก และแล้วความพยายามก็สำเร็จ ส้มรักเปิ้ลจนได้ เมื่อหรั่งได้รับรู้ก็พยายามทำในแต่เรื่องมันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าหรั่งไม่ไปสอบถามจากคนในอพาทเมนต์ แล้วรู้ว่า ห้องข้างๆส้ม ร้างและไม่มีคนอยู่ มาหลายปีแล้ว แสดงว่า เปิ้ล ต้องไม่ใช่คน เมื่อหรั่งรู้แบบนั้น จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยส้ม เพื่อให้ส้มรับรู้ ถึงความจริงที่เปิ้ลไม่ใช่คน หรั่งพยายามทุกอย่าง แต่ส้มเลือกที่จะไม่รับรู้และรับฟังหรั่งจึงต้องทำวิธีสุดท้ายคือการถอดจิต ไปช่วยส้มที่อยู่ในภวังโดยมีข้อแม้ว่า ถ้าธูปหมด หรั่งยังไม่กลับเข้าร่างหรั่งก็จะเข้าร่างไม่ได้ตลอดกาลในระหว่างนั้น ส้มก้ได้รับรู้ความจริง ถึงผีที่แสนดี ผู้น่าสงสารซึ่งระหว่างที่ส้มกำลังสับสน ส้มก้ได้รู้ข่าวว่า หรั่งกำลังจะตายเหตุเพราะธุปใกล้จะหมด แต่วิญญาณหรั่งยังไม่ยอมเข้าร่างซึ่งหรั่งเป็นคนเลือกเอง เพราะคิดว่าไม่มีส้มแล้ว ตัวเองก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง…

Continue Reading
วิทยาลัยผีสิง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วิทยาลัยผีสิง

วิทยาลัยผีสิง
วิทยาลัยผีสิง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วิทยาลัยผีสิง

สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยรังสิต มีลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ คือตามหลักฮวงจุ้ยแล้วจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยบ้านที่ถูกปล่อยทิ้งร้างไร้คนดูแล อย่างบ้านร้าง 9 หลัง และบ้านร้างบันไดแดงที่เป็นสถานที่สำหรับคนอยากลองของ ซึ่งสถานที่ใดที่มีบ้านร้างไร้คนอยู่อาศัยจะเป็นที่ๆ ภูตผี วิญญาณไร้ญาติ จะเร่ร่อนมาอยู่อาศัย จึงทำให้ มหาวิทยาลัย แห่งนี้มีเรื่องเล่าพาให้ระทึกขวัญอยู่สม่ำเสมอ

-“ลิฟต์ตึก 3” ตึกที่มีความเก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ2ของมหาวิทยาลัย ซึ่งในตอนกลางวันลิฟต์ที่ตึกจะใช้งานได้ตามปกติธรรมดา แต่พอตกกลางคืนเท่านั้นแหละ ลิฟต์เจ้ากรรมจะเปิดเองตลอด หากใครขึ้นลงและกดปุ่มชั้น มันจะไม่ค่อยเปิดปิดตามชั้นที่กด และยิ่งไปกว่านั้นในชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นของนิติศาสตร์ เคยมีคนเห็นผู้หญิงชุดขาวในกระจกข้างลิฟต์เป็นประจำ ทั้งๆ ที่ข้างลิฟต์ชั้นนั้นไม่มีกระจก บ้างก็ว่าเคยได้ยินเสียงเท้าคนเดินทั้งๆ ที่ไม่มีใครเลยสักคน

-“ห้องน้ำหญิงตึก 5 คณะวิศวกรรมศาสตร์” เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นแค่ตำนาน แต่มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เมื่อนักศึกษาหญิงคนหนึ่งได้ถูกแฟนหนุ่มลากออกมาจากห้องสอบ สาเหตุคงเป็นเพราะทะเลาะกันเรื่องหึงหวง ฝ่ายชายลากฝ่ายหญิงเข้าไปคุยกันในห้องน้ำ ก็มีเสียงทะเลาะโวยวายดังออกมาเป็นระยะๆ หลังจากนั้นก็เกิดเสียงปืนดังออกมาจากห้องน้ำดังกล่าว เมื่อเข้าไปดูจึงพบว่าฝ่ายหญิงนอนนิ่งเสียชีวิต และฝ่ายชายก็ยิงตัวเองตายตาม ถึงแม้เหตุการณ์น่าสลดนี้จะจบไปแล้ว แต่ก็ยังไม่วายมีเรื่องชวนหลอนให้ได้ยินกันอยู่ตลอด บ้างก็ว่าได้ยินเสียงคนทะเลาะกันตามด้วยเสียงปืนในเวลาเดิมๆ แทบทุกวัน จากความเชื่อว่าคนที่ฆ่าตัวตายวิญญาณจะไม่ไปไหน และจะฆ่าตัวเองตายอยู่ซ้ำๆ ในสถานที่เดิมๆ เวลาเดิมๆ และยิ่งไปกว่านั้นห้องน้ำห้องที่ว่าตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งพอดิบพอดี เห็นแบบนี้แล้วจะไม่ให้หลอนได้ยังไงกัน…

Continue Reading
เงามรณะ

เงามรณะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เงามรณะ
เงามรณะ

เงามรณะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

อันนี้เจอจริงคือเงาครับ คือมีครั้งนึงมีสมัครว่ายน้ำครับผมก้สมัครเพราะชอบ ว่ายน้ำ แหละครับอาต่อๆ คือตอนนั้นครูก้บอกวันที่จะไปว่ายน้ำถึงวันไรผมก้นั่งฟังไปต่อจนครูพูดจบ พอถึงวันว่ายน้ำผมก้ไปเปลี่ยนชุดเตรียมเรียบร้อยพอไปว่ายน้ำมีถึง 40 คน ครับพอครูเรียกเลขที่ผมเลขที่ 40 ครับทีนี้มันก้เกินมา1คนทุกคนก้งงกันเพราะมันมีแค่40คนจะเกินมา1คนได้ไงตอนแรกก้ไม่คิดไรกันมากครับคิดแค่ว่าครูคงแกล้งล่ะมั้งก้เดินไปว่ายน้ำกันปกติจนผมไปเห็นเงาคนนึงเหมือนเด็กเท่าผมก้มองเห็นแต่เงาเด็กนั่งอยู่ที่ริมขอบสระแต่หัวเหมือนจะมีเลือดพุ่งมองไปมาพอกระพริบตา2ครั้งก้ไม่เจออะไรหรแกครับตัดมาที่วันสุดท้ายนะครับเข้าจะถ่ายรูปกันพอรูปถ่ายออกมาก้พบเด็กเกินมา1คน ที่สีหน้าซีดขาวยังกะศพมองไปมองมามีแผลอยู่ที่หัวตกใจทำไรไม่ถูกเลยครับ…

Continue Reading
คุณตาเจ้าของกุฏิ

คุณตาเจ้าของกุฏิ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

คุณตาเจ้าของกุฏิ
คุณตาเจ้าของกุฏิ 

คุณตาเจ้าของกุฏิ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

หลังจากออกพรรษาแล้ว ขณะอยู่ที่วัดเดิม หลวงพี่ที่สนิท มาคุยกับผมว่า หลวงพี่ฝันว่าไปที่ไหนสักที่ เห็นกระท่อมเล็กๆอยู่ใกล้จึงเดินเข้าไปดู เจอผมนั่งอยู่ใน กระท่อม กับคุณตาคนหนึ่ง ผมพูดคุยกับคุณตาว่าแกอยู่กระท่อมนี้ แกมารอเมียแก เมียแกเสียไปแล้ว หลวงพี่ทักผม ท่านมาทำอะไรที่นี่ ในฝันผมตอบแกมาคุยเล่นกับคุณตาแก จากนั้นผมก็ไม่คิดอะไร ย้ายไปจำวัดอีกวัดหนึ่ง พระอาจารย์ให้ผมเลือกกุฏิว่าจะพักหลังไหน โดยมีหลวงพี่ที่สนิทตามไปจำวัดด้วย

ผมเลือกกุฏิแรก หลวงพี่เลือกกุฏิถัดไป โดยที่ทุกกุฏินั้นไม่มีที่ใส่กระดูกคนตาย ยกเว้นกุฏิผม มีอยู่ 2 ที่ตั้งไว้อย่างสวยงาม ในขณะเอาของเข้าเก็บ หลวงพี่ที่สนิทก็เดินมาบอกผมว่า ท่านจะกลัวไหมถ้าบอกอะไรไป ผมบอกไม่กลัว มีอะไรหรือ หลวงพี่ท่านว่า รูปที่ติดอยู่หน้าที่ใส่กระดูก หน้าตาเหมือนคนๆเดียวกับที่ท่านฝันเลยอยู่หน้ากุฏิผม แล้วก็มีคุณยายด้วย ผมก็แปลกใจแต่ไม่คิดอะไร พอตกดึกผมเข้าสมาธิภาวนา ผมรู้สึกได้ว่าเหมือนมีคนหลายคนเดินอยู่บนชาญกุฏิ (กุฏิเป็นไม้) พอออกจากสมาธิ มองผ่านช่องไม้ไป ผมเห็นขาดำๆ เหมือนมีคน 3 ถึง 4 คน เดินอยู่ แต่ไม่มีตัว เห็นแค่ขา ผมจึงกำหนดจิตไปว่าอาตมาขอมาทำวิปัสสนากรรมฐานไม่ได้มารบกวนผู้หนึ่งผู้ใด ท่านก็จงอย่ารบกวนกันเลย หลังจากได้เวลาที่ต้องกลับวัดเดิมที่บวช แม่ไปรับกลับมา อยู่ๆแม่ก็เล่าว่าชาวบ้านบอกว่าหน้ากุฏิที่ผมพักจำวัดนั้น เป็นสามีภรรยากัน เมียแกตายก่อนแกมาสร้างกุฏิไว้แล้วมาหาเมียแกทุกวัน จนแกเสีย เหมือนที่หลวงพี่ฝันไว้ก่อนที่ผมจะมาวัดนี้เลย ผมก็ไม่พูดอะไร คิดแต่ว่าแกคงรู้ว่าผมจะไปจึงมาในฝันหลวงพี่ กระท่อมคงเป็นอานิสงที่แกสร้างกุฏิถวายวัดเพื่อตายไปแกก็ได้มีที่อยู่ที่อาศัย…

Continue Reading
คนโบราณ

คนโบราณ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

คนโบราณ

คนโบราณ 

คนโบราณ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่กุฏิที่ผมอาศัยจำวัด ประมาณตี 4 ในฤดูฝน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆ ฟ้ามืดสนิทไร้แสงจันทร์ใน คืนเดือนแรม หลังจากทำวัตรเช้าที่ศาลา ขณะที่เดินกลับจากศาลา ผมมองไปที่กุฏิของผมมีแสงไฟประหลาดอยู่ในกุฏิ ไม่สว่างมากขนาดหลอดไฟแต่ก็พอมองเห็นได้ว่าเราลืมปิดประตูกุฏิ เราแปลกใจยืนมองแสงไฟนั้นอยู่สักครู่ เพราะเรามั่นใจว่าไม่ใช่แสงหลอดไฟในกุฏิแน่นอน เมื่อมองไปยังป่าข้างกุฏิ ก็มีแสงไฟสลัวๆพอมองเห็นอีกดวง พบร่างผู้ชายสีเทาๆดำๆ ตัวสูงกว่าระเบียงกุฏิ ซึ่งน่าแปลกแม้แต่ตัวผมเอง (ผมสูง 173 เซน) หัวผมยังไม่ถึงขอบระเบียงด้วยซ้ำ และชายดังกล่าวเดินหายเข้าไประหว่างห้องน้ำกับตัวกุฏิของผม เมื่อชายผู้นั้นหายไป

แสงในกุฏิก็ค่อยๆจางหายแต่ยังพอเห็นแสงอยู่บางเล็กน้อย ผมยืนดูแบบไม่ละสายตา ในใจก็ไม่ได้กลัว เพราะตอนแรกคิดว่าขโมย แต่พอเดินเข้าใกล้ๆไฟนั้นหายไปในทันที เมื่อเข้ามาในกุฏิที่พักก็ได้กลิ่นเหม็นสาบ จึงรู้ว่าที่เห็นไม่ใช่โจรเป็นแน่ จากนั้นจึงพูดออกไปว่าที่นี่คือกุฏิพระสงฆ์ มาศึกษาพระธรรม อย่าได้รบกวนกันเลยจะแผ่เมตตาไปให้ หลังกลับจากบิณฑบาตกลิ่นยังคงอยู่ จึงได้บริกรรมสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตา กลิ่นนั้นจึงหายไป ผมจึงเล่าเรื่องให้หลวงตาท่านฟัง ท่านว่าคงเป็นมนุษย์โบราณที่อยู่ที่นี่มั้ง จากนั้นเราก็พอจะเดาออกว่าทำไมจึงพบเขาคนนั้นที่กุฏิ เพราะในกุฏิเรามีโถทองเหลืองโบราณที่เคยอยู่ในโบสถ์อยู่ในกุฏินี่เอง (คิดเองว่าเขาคงมาเฝ้าของชิ้นนี้เป็นแน่)…

Continue Reading
ลบหลู่เจ้าที่

ลบหลู่เจ้าที่ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ลบหลู่เจ้าที่
ลบหลู่เจ้าที่ 

ลบหลู่เจ้าที่ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

หลังจากที่ลุงได้ลาสิกขาบท เมื่อถอดผ้าเหลือง แล้วก้าวออกมาพ้นธรณีประตูศาลา…คุณลุงถึงกับ ผวาเฮือก เฮ้ย!! เชี้ยแล้ว ศีลอีกทั้ง227 ข้อที่คุณลุงปฎิบัติมาร่วมปี ได้กระเด็นหลุดหายออกไปจากตัวลุงในทันที เมื่อแลเห็น ไอ้พวกเพื่อนๆตัวแสบนั่งซดบักสองซาวอยู่โคนต้นไม้หน้าศาลา…พร้อมกันรินมาให้ลุงโบกใหญ่…เฮ้ย กินยังไม่ได้ต้องนอนอยู่วัดเจ็ดวันก่อนถึงจะกินได้

คุณลุงกล่าวพร้อมด้วยเอิ้อมมือไปจับแก้วมากระดกดัง เอื๊อก…สรุปคืนนั้นคุณลุงก็ได้นอนอยู่วัดสมปรารถนา เมาหลับนอนแม่งอยู่ตรงนั้นล่ะ ในเวลาที่ว่างๆงานอยู่ก็ มีเพื่อนให้ไปสมัครงานที่โรงพยาบาล ที่จังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่ง 1 ในนั้นที่สมัครติดเป็นคุณลุงกับเพือนๆในหมูบ้าน10กว่าคน…ซึ่งคุณลุงดีใจมากที่จะได้ทำงานเพื่อสังคม ลุงจะสู้แล้วก็อดทนฮัฟร์…เอาเข้าจริงหน้าครั้ง ที่คุณลุงได้รับนี้ก็หนักเอาการอยู่ ผู้คนขวักไข่ว อลหม่าน จะได้พักก็เมื่อทราย หรือปูนหมด ก็เลยได้พักเหนื่อยเอาแรง…แฮะๆๆสงสัยล่ะสิ…คุณลุงมาทำงานก่อสร้างในโรงบาลคับ ไม่ได้เป็นบุรงบุรุพยาบาลที่ใหนหรอกคับ 555..หนผู้คนขวักไขว่ วุ่นวายเพราะบ้างก็เทหิน บ้างก็เทปูน บ้างก็เททราย ใส่บด บดปูน

ยุคเก่าไม่มีรถยนต์บดปูนเสร็จอย่างงี้หรอกนะครับ…ผ่านมานับเป็นเวลาหลายเดือนก็ไม่เคยพบเห็นอะไร…จนกระทั่งมาวันหนึ่งขณะที่กินเหล้ากันอยู่ไป ไอ้นัท ได้ขอตัวออกไปยิงกระต่ายด้านข้างกำแพง ปัง!!! เราตกใจตกใจรีบหันไปดู…แม่งเดินชนกำแพงสังกะสีว๊ะ…แล้วมันก็เดินโซซัดโซเซ เลี่ยงออกไปอีกทางหนึ่ง..เมื่อไปถึงที่หมาย…จัดเตรียมอาวุธ เล็งอาวุธ ยิง!!! ฉี่ๆๆๆๆๆๆๆๆสายน้ำพุ่งฟุ่โลภระจายไปกลางอากาศ ราวกับละอองฝนที่โปรยชุมฉ่ำต่อทุกสิ่งบนโลก กับเป้าหน้าอันเคลิบเคลิ้ม เชิญชวนโดนส้นยิ่งนัก…บังเอิญคุณลุงมองออกไป ลุงได้แต่อุทานออกมาด้วยความตกใจ

ชิปหาย!!!…ไอ้เพชร ไปซื้อใหม่สิ…ไอ้เนา เราไม่มีเงิน…ไอ้คิด มายืมข้าสิ…เปรี้ยง!!! โครม ร่างไอ้เพชร ผู้ที่นั่งใกล้ตีนที่สุด กระเด็นตกแคร่…พวกห่านิ มุ่งมั่นตั้งใจจริง สะเออะมาเล่นอยู่ได้ นู้น เอ็งมองไอ้นัทสิ มันไปเยี่ยวใส่ศาลเจ้า…ครู่หนึ่ง ไอ้นัทก็เดินโซซัดโซเซ กลับมา พร้อมยิ้มอย่าสบายอารมณ์ หลังจากที่ได้ปล่อยน้ำขังออกมา…ไอ้นัท แกไปเยี่ยวใส่ ศาลเจ้าทำไม ไอ้ห่า ที่อื่นๆมีเยอะแยะไม่ไปเยี่ยว วันพรุ่งเอ็งตระเตรียมของมาขออภัยท่านเลยน่ะเอ็ง ไอ้เพชรบอกขึ้นกับปัดฝุ่นที่ก้น…โห้ พี่นี้มันสมัยใหนกันแล้ว เขาไปเหยียบพระจันทร์ ดาวอังคารแล้ว ผีเผอไม่มีหรอก 555 ไม่มีสาระ…ข้าจะเหยียบหน้าเอ็งนิ ไอ้ชิปหาย ไอ้เพชรพุดอย่างขุ่นเคือง เหตุเพราะเพื่อนรุ่นน้องไม่ยอมฟังมัน…เวลาที่กำลังโต้แย้งกันอยู่หมาก็พร้อมใจหอนขึ้นมา โบร๋ว บรู๋ว….พร้อมด้วยลมพัดข่มขู่อย่างหนักแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พวกคุณลุงเห็นท่าไม่ดีก็เลยพากันแยกย้ายไปนอน….ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ไอ้นัทรู้สึกจะเงียบๆไป..ไม่ถึงเดือนภาวะไอ้นัทแทบจะดูไม่ได้ซูบผอมเหลือแค่กระดูก ลูกพี่พาไปรักษาที่ใหนๆก็มีแต่ว่าทรงกับทรุด จนถึงตกลงใจจะส่งมันกลับไปอยู่ที่บ้าน

จนกระทั่งวันหนึ่งพวกคุณลุงไปเยี่ยมมัน คุณลุงได้ถามมันว่า อาการเป็นอย่างไร บอกเราสิ…มันกล่าวว่ากลางดึกที่ไร มันจะรู้สึกว่ามีคนมาเดินบริเวณแคมป์ที่มันพัก ดึกๆก็หายใจไม่ค่อยออก นอนไม่เคยหลับเลยพี่…เฮ้ย แล้วแกไปขอโทษศาลเจ้าเจ้าที่ ที่แกเยี่ยวใส่ยัง…ยังพี่ ไร้สาระอ่ะ ผมมีความรู้สึกว่าผมหลอนเนื่องจากว่าผมเล่นยา บวกกับดื่มเหล้ามากยิ่งกว่า…เฮ้ย เชื่อใว้ไม่เสียหาย เชื่อกูน่ะ เพราะเอ็งไปรักษาทุกที่แล้วยังไม่เคยรู้มูลเหตุ ทดลองดูเชื่อข้า เดียวกูบอกลูกพี่ให้น่ะ…ก็ได้ครับผม ผมจะลองเชื่อมอง…คุณลุงก็เลยไปบอกหัวหน้า เมื่อหัวหน้าได้ยินถ้าอย่างงั้นก็รีบเลยไก้ต้มเหล้าเครื่องเซ่นจัดเต็มพาไอ้นัทไปขอขมาพร้อมกับบนอีกว่าถ้าหากมันหายดีขณะใดจะแก้บนด้วยหัวหมู…โดยลูกพี่จะลดเงินเดือนมันเป็นค่าเครื่องสังเวย…เมื่อทำพิธีขอขมาเสร็จลูกพี่ก็พาไอ้นัทกลับไปพักฟื้นที่บ้าน…ผ่านไป1เดือน ไอ้นัทกลับมาพร้อมกำร่างกายล่ำสันอย่างเดิม เพื่อเพิ่มเบ้าหน้ากวนสนตรีน..ไอ้นัทมันสุรา เฮ้ยเล่า ให้ฟังว่าภายหลังที่มันกลับไปบ้าน มันฝันมองเห็นตายาย เดินเข้ามาพูดว่าตอนนี้จะยกโทษ แม้กระนั้นอย่าให้มีครั้งต่อไปอีก แล้วอย่าลืมกลับมาแก้บนด้วยล่ะ ไม่งั้นเอาตาย มึงกล่าวยิ้มๆแล้วเดินจากไป

ตั้งแต่นั้นมันก็ไม่มีอาการแบบงั้นอีกเลยกินได้นอน หายโดยที่ไม่ต้องไปหาหมอ ซึ่งเกิดเรื่องที่แปลกมากมายๆ…แล้วมันก็กลับมาแก้บนที่บนเอาใว้ แล้วทำงานตามปกติจนกระทั่งงานเสร็จสิ้น ก่อนจะแยกย้ายกันไปไซด์งานอื่นคนล่ะที่มันได้เดินมาบอกคุณลุงว่า ขอจับก้นคุณลุงหน่อย(มุกบักโอ้ 555) เฮ้ยๆๆไม่ใช่ๆผมเชื่อแล้วพี่ว่าผีมีจริง…

Continue Reading
ผีในหอพัก

ผีในหอพัก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีในหอพัก
ผีในหอพัก

ผีในหอพัก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ต้องเกริ่นก่อนนะว่าเราเป็น คนเห็นผี มองเห็นจนถึงไม่กลัว เรื่องมีอยู่ว่า สมัยเรียนพวกเราจะอยู่ห้องเช่าที่นึง ใกล้ๆกับมหาลัยโด่งดังย่านดินแดง อยู่คนเดียวแต่จะมีเพื่อนตุ๊ดต่างมหาลัยแวะมานอนบ้างบางครั้ง
เหตุเกิดในคืนหนึ่ง ตุ๊ดนี่ก็มานอนตามปกติ ขออธิบายภาพห้องเราก่อน เปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องน้ำอยู่ขวามือ ตู้เสื้อผ้าอยู่ซ้ายมือ เตียงนอนวางติดกับห้องน้ำ เราจะนอนหันหัวมาทางเดิน และ เอาเท้าชี้ไปที่ผนังห้อง.. ในขณะที่หลับกันนั้น อยู่ๆสหายตุ๊ดก็ลุกเดินออกไปจากห้องโดยไม่บอกห่าเหวอะไรอีผู้ที่นอนอยู่ด้วยเลย พวกเราก็แบบรู้เรื่องว่านางจะไปนอนห้องผู้ละมั้ง เลยมิได้พึงพอใจอะไร ก็หลับต่อ.. หลังจากนอนต่อได้สักพักนึงเราก็รู้สึกถึงนิ้วมือ และเล็บยาวๆ ยาวมากๆ มาลูบๆ ตรงข้อเท้าแล้วดึงเบาๆ นี่ก็เดาเบาๆ ว่าคงจะผ้าห่มตัวเองพันขา เลยกระตุกเท้าแล้วนอนต่อ
หลับไปอีกสัก 10 นาทีได้ ทีนี้มาอีกรอบ แต่คราวนี้ เหมือนเอาเล็บลากที่ข้อเท้าเราแรงกว่าเดิม และดึงขาแรงกว่าเดิม จนแบบ เอาล่ะ ไม่ใช่ผ้าห่มละ งานนี้ผีแน่ๆ! เลยลืมตาผงกหัวมาดู พบจริงๆมองเห็นเป็นมือมือนึง เหมือนมือของนางรำที่เขาใส่ร่ายรำเล็บ (เรียกว่าอะไรไม่รู้จัก) แต่มองเห็นแค่มือ ว่ามันหายเข้าไปในกำแพงฝั่งห้องข้างๆ! นี่ก็เลยลุกมานั่งแล้วเริ่มดุด่าผีตามสไตล์ ‘อยู่ห้องนั้นยังจะระรานอีก จะเอาอะไรก็ไปบอกห้องนั้นสิ คนจะนอน ถ้ามาอีกนะ จะแช่งให้ไม่ได้เกิด!’ หลังจากนั้นก็นอนต่ออย่างสงบ ไม่มีการรบกวนใดๆ จากนางอีก.. พอเช้า เพื่อนตุ๊ดก็โทรมา บอกว่าเมื่อคืนอะ นางโดนดึงขา แล้วก็เอาเล็บจิกแรงมากกกก จนข้อเท้ามีรอยแดงๆ แต่นางไม่กล้าบอก เลยรีบลุกกลับไปหอตัวเอง..
หลังจากผีอีเจ้นางรำฟ้อนเล็บ ผู้ยื่นมือมาจากห้องข้างๆ เราก็ยังเจอเรื่องแปลกๆ จากห้องที่นางอยู่อีกหลายหน และเรามั่นใจว่า อีผีมันไม่ได้อยู่ตนเดียวแน่นอน มันต้องมีเพื่อน!
มีตอนปิดเทอมนึง พวกเรากลับบ้านที่ต่างจังหวัดไป 1 เดือนเต็มๆพอกลับมาที่หอก็ดำเนินชีวิตธรรมดา พวกเราได้ยินเสียงคนเข้าออกห้องนั้น (ห้องข้างๆ) แต่ว่าพฤติกรรมไม่น่ารักของเพื่อนร่วมชั้นเป็น นางมักจะเอาถุงน้ำแข็งมาเคาะผนังตอนยามวิกาล ‘ปักๆๆ’ ทำบ่อย ทำเก่ง จนคิดว่าแดกเหล้าในห้องแหง บางทีหมั่นไส้ ก็จะแกล้งมันคืนด้วยวิธีเดียวกัน คือซื้อน้ำแข็งจากเซเว่นมาแช่รอแก้แค้นตลอด พอทำกลับบ้าง นางก็จะนิ่งเงียบไป
ผ่านไปอาทิตย์นึงได้ นางก็เริ่มเปลี่ยนความกวนตีน จากทุบน้ำแข็ง เป็นล้างจานที่ระเบียงตอน ตี 4-5 แทบทุกคืน เราก็ทนไป 3-4 คืนได้ ไม่ไหวละ ต้องวีน! ห้องเราอยู่ชั้น 8 มันจะมีแค่ซี่เหล็กที่พอจะเอาหัวลอดชะโงกออกมาได้นิดนึง พอจะมองเห็นระเบียงห้องข้างๆ ได้ คืนนั้นเราก็ยื่นหัวไปส่อง เพื่อเช็คว่าอีนังชะนีข้างห้องมันออกมาล้างจานใช่ไหม? จะได้ด่าถูก ไม่เงิบ.. ตอนมองไป พวกเราพบผู้หญิงผมยาวกลางหลัง นั่งเก้าอี้ไม้ต่ำๆล้างจานในกะละมังอยู่ ‘ก๊อกน้ำแก๊ก’ พอดูเสร็จมั่นใจ พวกเราก็รีบเอาจานของตนมากมายระแทกบ้าง และเริ่มดุลอยๆแบบ ‘อีดอก ไม่หลับไม่นอน ขยันจังนะแกอ่ะ ล้างได้ล้างดี ล้างไม่เกรงใจข้างห้องเล้ย’ (คิดได้เนอะ เป็นโกรธ + ง่วง ก็ด่าหยาบคายไปเรื่อย..) พอเพียงดุได้สักพัก พวกเราก็ได้ยินเสียงนางปิดประตูระเบียง พวกเราก็เลยเข้าไปนอนต่อ รวมทั้งคิดว่าพรุ่งนี้จะฟ้องนิติข้างล่าง
พอยามเช้ามา ก็รีบพุ่งตัวไปพบนิติ รวมทั้งฟ้องเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด นิติก็ทำหน้ามึน แล้วย้ำว่า ‘น้องเห็นเองจริงๆใช่ไหม?’ เราก็แบบ อ้าว..ใครจะโกหกวะ นี่ยังด่าจนหนีเข้าห้องมาแล้วเลย พี่เขาเอากุญแจแล้วพาไปเปิดห้องให้เราดูว่า ‘ห้องนี้ไม่มีคนอยู่.. คือเค้าย้ายออกไปตั้งแต่ช่วงที่เรากลับบ้านต่างจังหวัดแล้ว และอีกคนที่มาอยู่ใหม่ ก็อยู่ได้แค่อาทิตย์เดียว เงินประกันห้องอะไรทิ้งหมด เหมือนย้ายหนีอะไรสักอย่างด้วยซ้ำ!’
สรุป เราทะเลาะกับผีมาเกือบ 2 อาทิตย์จ้าาาาา ถามว่าเราย้ายออกไหม? ไม่ค่ะ ถ้าหากเราด่าแล้วนางยังหนีพวกเรา พวกเราจะหนีเขาทำไม ก็อยู่ต่อจนถึงเรียนจบ แม้กระนั้นถามคำถามว่าพบอีกไหม? ก็มีมาเรื่อยเลยคิดว่าคงจะแบบฆ่ากันตายในห้อง แล้วยังไม่ได้ไปไหน เลยทำแบบเดิมๆเหมือนตอนมีชีวิตอยู่ นางก็ยังคงเปิด-ปิดประตู ยังคงมีเสียงเท้า บางทีก็เสียงโทรทัศน์เปิด บางทีก็เปิดน้ำในห้องน้ำ (ห้องน้ำติดกัน) ทั้งที่ไม่มีใครอยู่! บางทีมาจากเพดานก็มี ซึ่งเราอยู่ชั้นบนสุดแล้ว ดาดฟ้าก็ล็อคตายประตู ห้ามขึ้น…

Continue Reading
ผีสิงสุดหลอน

ผีสิงสุดหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีสิงสุดหลอน
ผีสิงสุดหลอน

ผีสิงสุดหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับแม่ของเรานะคะ แม่เล่าย้อนไปเมื่อ สี่สิบปีที่แล้วสมัยแม่ยังเป็นสาววัยแรกรุ่น ใช้ชีวิตตามประสาคนต่างจังหวัดยุคนั้นความเจริญยังเข้ามาไม่ถึงซักเท่าไหร่ กล่าวได้ว่ายังมีนายพรานล่าสัตว์ เสือสมิงอยู่แม่เป็นลูกคนที่สองจากพี่น้องทั้งหมดสี่คน
ถ้านับตามลำดับ ป้า แม่ น้าผู้ชาย และน้าผู้ชายคนสุดท้อง โดยจริงๆแล้วยายเคยมีลูกสี่คนก่อนหน้า แต่ เสียชีวิต หมด อายุไม่เท่าไหร่ก็เป็นป่วยไข้เสียชีวิตจากไปก่อนวัยอันควร หมอธรรมในสมัยนั้นทักว่า ยายเป็นคนมีดวงผีเสื้อสมุทรค่ะ
กล่าวก็คือ ดวงกินลูก ตอนนั้น ที่ลูกๆเสีย หมอธรรม ก็ตัดแบ่งร่างแยกส่วนกันแล้วแยกฝังคนละด้านเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กมากำเนิดอีกแต่ว่าจนแล้วจนรอด หมอธรรมเลยจำเป็นต้องมาประกอบพิธีที่ยายค่ะด้วยเหตุว่ามิฉะนั้น คุณยายจะไม่มีลูกสักคนเลย จนถึงตอนท้ายก็มีป้า น้าๆแม่ ทั้งหมดสี่คนอยู่รอดจนถึงในเวลานี้
เข้าเรื่องนะคะ ในสมัยนั้น นาข้าวและไร่สวนจะอยู่ไกลจากบ้าน ยายกับลูกทั้งหมด
ต้องเดินไปกลับระหว่างบ้านกับนาหลายกิโลค่ะ บางครั้งเหนื่อยกลับไม่ไหวก็นอนค้างกับบ้านญาติๆแถวนั้น แล้วค่อยกลับตอนย่ำรุ่งไม่ค่อยนอนที่เพิงพักที่สร้างไว้ เพราะเคยโดนผีหลอกจนต้องวิ่งออกมาอยู่กลางทาง
ก็เลยไปนอนค้างบ้านพี่น้องเสีย เห็นจะดียิ่งกว่ามาก
จนกระทั่งคืนวันหนึ่ง คืนนั้นเป็นคืนเดือนหงาย ฟ้าเปิด แม่ต้องการกลับบ้านมากแต่คุณยายกับญาติกลับไม่ไหว เอ็งเลยดื้อกลับเอง ยายก็พูดอะไรไม่ได้มากเพราะแม่เป็นคนที่ดื้อ และรั้นที่สุดในบรรดาลูกทั้งสี่คน เมื่อไม่มีใครกลับด้วยแกเลยเดินกลับคนเดียว โดยใช้เส้นทางเดิม ผ่านเนินเขา
สองข้างทางเป็นไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน นานๆจะมีบ้านสักหลังด้วยที่เป็นคืนเดือนเพ็ญและก็เงียบมาก แม่เดินมาได้กลางทาง ก็ปวดฉี่เลยหาที่เหมาะสมตรงริมทาง แม่มองหาได้สักครู่ก็มองเห็นตรงขอนต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งล้มนอนอยู่แม่เห็นอย่างนั้นจึงตรงเข้าไปนั่งยองข้างต้นไม้ต้นนั้น พอเสร็จสรรพกำลังจะลุกออกมา ไม่ทันได้ก้าวขาเดินก็มีเสียงหนึ่งเป็นเสียงผู้หญิงตะโกนเรียกมาจากตรงนั้น
ด้วยความที่แม่เป็นคนไม่กลัวอะไร ก็ขานรับ แล้วถามกลับไปว่านั่นใครแต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ก็เข้าใจว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนั้นก็ไม่สนใจ เลยเดินกลับบ้านปกติหลังจากคืนนั้น แม่มาถึงบ้าน ได้สองสามวัน แม่ก็ล้มป่วยลง โดยไม่มีสาเหตุใดๆไม่ยอมกินข้าวปลา รักษากับยาอะไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แม่เล่าต่อว่าคุณยายเล่าให้แม่ฟังว่า วันต่อมา แม่เริ่มเพ้อ ถอดเสื้อถอดผ้าออกกระทั่งหมด
ใส่ให้เท่าไรก็ถอด แม้กระทั้งเอาผ้าที่มีไว้ห่มไปคลุมให้ก็ไม่เอา บ่นเพ้อว่าร้อนๆป้ากับน้าก็ได้แต่ว่ายืนมองแม่ จนถึงญาติๆคนอื่นๆที่รู้ข่าวมาเยี่ยมไข้ก็เห็นท่าไม่ดี บอกคุณยายว่า ควรพาไปโรงพยาบาล ยายเห็นควรด้วย จึงเข้าไปหาแม่บอกให้แม่ใส่เสื้อผ้า จะพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แม่ส่ายหน้าอย่างเดียวบอกไม่ไปๆ ญาติคนอื่นเลยพากันลากขึ้นรถ แม่ก็ดิ้นบอกไม่ไปๆตลอดทางจนถึงโรงพยาบาล แม่ก็ดีขึ้นชนิดว่าเกือบหายเองจนยายเองยังแปลกใจจึงพากลับมาบ้าน เมื่อมาถึงบ้าน แม่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม คือถอดเสื้อผ้าเพ้ออยู่คนเดียว จนมีญาติคนนึงเห็นท่าไม่ดีแล้ว จึงพูดกับยายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่มันไม่ปกติ ยาอะไรก็รักษาไม่ได้ หมอคนไหาย ก็คงต้องหมอผีหมอธรรมมายายที่ในเวลานั้นจนใจรวมทั้งสับสน ก็ให้พี่น้องคนนั้นไปตามแพทย์มาเมื่อแพทย์ธรรมมาถึง คุณยายก็ให้เครือญาติพาแพทย์ไปพบแม่ ซึ่งอยู่ภายในแล้วก็ในทันที ที่แพทย์ธรรมเดินเข้ามาในบ้าน แม่ซึ่งเพ้อๆอยู่ก็หยุดเพ้อ หันมามองหน้าหมอนิ่งเงียบ หมอธรรมนั่งตรงหน้าแม่ แล้วถาม

“เอ็งเป็นใคร…มาจากไหน?” แม่ไม่ตอบ นิ่งแล้วก็เงียบ
หมอธรรมถามอีกหลายรอบ จนถึงหมอถอนใจถามคำถามว่า
“ถามดีๆแล้ว จะตอบดีๆหรือจะให้สอนก่อนก็เลยจะตอบ”
ในที่สุด แม่ก็ยอมตอบว่า มาจากที่ตรงนั้น ที่แม่ไปฉี่ แม่ฉี่รดเขา
เขาเลยโกรธ เลยตามแม่มา หมอเลยบอกว่า ปล่อยแม่ไปเหอะ ยกโทษให้แม่
แม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าจะอยู่ เบียดเบียนถัดไป ก็เป็นบาปต่อกัน

จากนั้น หมอก็พรมน้ำมนต์ให้ แล้วหันมากล่าวกับคนภายในที่ตรงนั้นว่า
ให้แม่นอนได้แล้ว หายแล้ว
หลังจากเรื่องในครั้งนั้นจนในตอนนี้ แม่ยังบอกเลยคะ ว่าภายหลังหายปกติ
เกือบจะไม่กล้าย่างกราย เฉียดขอนไม้ใหญ่อีกเลย แต่แม่ก็ไม่เลิกนิสัยไม่กลัวนี่นะคะ
อะไรแปลกๆกลางค่ำกลางคืนทักตลอด แม้แต่ยายห้ามก็ไม่ฟัง…

Continue Reading