วันฝนตก

วันฝนตก เรื่องเล่า-สยองขวัญ

วันฝนตก

วันฝนตก

เรื่องเล่า-สยองขวัญ  วันฝนตก

ภายในบ้านสองชั้นบนที่ดินจัดสรรย่านจังหวัดนนทบุรี แม้เวลาเดินข้ามเที่ยงคืนมาแล้วสิบห้านาที แต่‘วันวิษาข์’ยังนั่งที่โต๊ะหนังสือ เพ่งสมาธิทั้งหมดอ่านตำราเบื้องหน้า ช่วงนี้สถานศึกษาหยุดให้นักเรียนทบทวนความรู้ก่อน

สอบปลายภาค บวกกับครูหลายท่านตำหนิเรื่องคะแนนเก็บของเธออยู่ต่ำกว่ามาตรฐาน เลยทำให้ วันวิษาข์ อยากเร่งคะแนนก่อนจบมัธยมปลาย และตลอดสัปดาห์มาแล้วที่เธอนั่งอ่านหนังสือข้ามวัน หากเวลานี้ฝนไม่ตก วันวิษาข์จะเปิดหน้าต่างออกสู่สวนดอกไม้ริมบึงกว้างของหมู่บ้าน บางคืนเธอโชคดี ได้ยินเสียงร้องหมอลำจากปากยามที่ปั่นจักรยานไปตามถนน พอทำให้คลายง่วงได้บ้าง ตอนหัวค่ำแม่กับพ่อเลี้ยงได้รับโทรศัพท์ด่วน ว่าญาติ

ทางพ่อเลี้ยงเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉินในกรุงเทพฯ ทั้งสองจึงขับรถไปเยี่ยมเยียนกระทั่งบัดนี้ยังไม่กลับ ทำให้บ้านหลังใหญ่มีเพียงวันวิษาข์อยู่คนเดียว ก่อนไปแม่กะจะโทรศัพท์เรียกคนใช้หญิงมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ลูกสาววัย 18 ปีก็ปฏิเสธความหวังดีของแม่ เนื่องเพราะไม่อยากให้คนใช้ต้องลำบากกับเรื่องแค่นี้ อีกอย่างแกอายุ 45 ปีทำงานแบบเช้าไป-เย็นกลับ และอยู่ต่างอำเภออีกต่างหาก เวลานี้วันวิษาข์นั่งอ่านหนังสือคลอเสียงฝนหล่นจาก

หลังคา อดไม่ได้ที่จะประหวัดถึงพ่อแท้ๆ เนื่องเพราะท่านเสียชีวิตในคืนฝนตกเช่นนี้ พ่อขับรถฝ่าฝนเพื่อมาฉลองวันเกิดครบ 15 ปีของวันวิษาข์ แต่ยังไม่ถึงบ้านก็เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ถัดจากนั้น 1 ปีแม่ก็พาพ่อเลี้ยงเข้ามาในบ้าน เขาอายุ 40 ปี อายุน้อยกว่าแม่ 3 ปี แม่ให้เหตุผลกับวันวิษาข์ว่า เขาเป็นคนดี และแม่ก็เหงาเลยอยากมีเพื่อนที่รู้ใจเอาไว้คุยเล่น ก่อนตายพ่อได้ทิ้งกิจการบริษัทสำนักพิมพ์เอาไว้ให้ แต่ทันทีพ่อเสียชีวิตแม่ก็ขาย แม่บอกว่าไม่มีเวลาดูแล เพราะต้องทำงานตำแหน่งรองผู้จัดการสาขาธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ส่วนพ่อเลี้ยงเป็นเซลล์ขายสินค้าป้อนโรงงานอุตสาหกรรม แม้อายุ 40 ปี แต่ยังดูหนุ่มและพูดจามีมนุษย

สัมพันธ์เป็นเลิศ พักหลังนี้เขามักกลับบ้านไม่ตรงเวลากับแม่ โดยอ้างเหตุผลว่าต้องออกขายสินค้าต่างจังหวัด ยิ่งกว่านั้นเขาพูดคุยกับวันวิษาข์และทำตัวสนิทสนมเกินควร คืนหนึ่ง แม่ไปสัมมนาต่างจังหวัด ประจวบเหมาะเป็นคืนฝนตก วันวิษาข์ลืมล็อกประตูห้องนอน ค่อนแจ้งเธอรู้สึกตัวพบพ่อเลี้ยงนอนเคียงข้าง แม้คืนนั้นเขาไม่ได้ทำลายเธอ แต่พ่อต่างสายเลือดสอนให้สาววัย 18 ปีรู้จักทุกสัดส่วนของเพศชายเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากนั้นพ่อเลี้ยงก็หาโอกาสทำอย่างเดิมบ่อยๆ วันวิษาข์รู้ภายหลังว่าเขาแอบเอากุญแจไปทำเป็นลูกสำรอง ถึงอย่างไรวันวิษาข์ขอผัดผ่อนกับเขาว่า รอให้เธอจบมัธยมปลายแล้วจะมอบร่างกายให้ ดูเหมือนพ่อเลี้ยงจะรักษาสัญญาเป็นอย่างดี โชคดีวันวิษาข์ยังไม่ทิ้งการเรียน ยังคงรักษาเกรดเฉลี่ยไว้ในระดับเดิม แต่อารมณ์แปลกแยกและสับสนในตัวเอง ทำให้เธอเริ่มเก็บตัวมากขึ้น ชอบเข้าห้องสมุดทำทีอ่านหนังสือ แต่ในหัวสมองมีเพียงภาพ

พ่อเลี้ยง ถึงอย่างไรก็ไม่มีครูหรือเพื่อนสังเกตเห็น คงเพราะตอนพ่อแท้ๆยังมีชีวิต วันวิษาข์มักสนิทกับท่านมากกว่าแม่ จนบัดนี้เธอก็ยังโหยหาความรู้สึกนั้น แต่สาวมัธยมปลายยังไร้เดียงสาเรื่องอารมณ์พรรค์นี้ จึงแสดงพฤติกรรมออกมาในทางที่ผิดเพี้ยนกับพ่อเลี้ยง ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งซ่อนเร้นอยู่ใต้พื้นผิวของจิตสำนึก คือวันวิษาข์นึกตำหนิแม่ที่พ่อเพิ่งตายก็เอาชายใหม่เข้ามาในบ้าน ความริษยาหวังเอาชนะแม่เริ่มก่อตัวขึ้น แต่เธอเก็บกด

ความรู้สึกนี้ไว้ตลอดมา กระทั่งพ่อเลี้ยงแอบเข้าห้องของเธอ และสอนให้สาวมัธยมปลายเรียนรู้อารมณ์อีกด้านหนึ่ง ที่กระตุ้นให้เธอริษยาแม่เพิ่มมากขึ้น กระทั่งวันวิษาข์อยากเอาชนะผู้บังเกิดเกล้าด้วยการแย่งทุกอย่างของแม่ ไม่เว้นแม้แต่พ่อเลี้ยง ถึงอย่างไร การต่อสู้กันระหว่างปมอิจฉาแม่กับความผิดบาปด้านสังคม ยังคงสับสนอยู่ใต้พื้นผิวจิตสำนึกของวันวิษาข์ และบัดนี้เส้นตายที่เธอให้ไว้กับพ่อเลี้ยงใกล้เข้ามาทุกที ฝนยังโปรยปรายไม่มีทีท่าว่าจะขาดเม็ด วันวิษาข์ยกมือปิดปากหาวพร้อมขยับลุกจากเก้าอี้ ตั้งใจหลับพักผ่อนไว้พรุ่งนี้ค่อยตื่นแต่เช้า ก่อนมือเอื้อมปิดสวิทซ์ไฟ โทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงเตือนว่ามีสายเรียกเข้า “ถึงบ้านคุณอาแล้วหรือแม่ อาการ

ท่านเป็นอย่างไรบ้างค่ะ” วันวิษาข์รับสาย เมื่อหน้าจอแสดงชื่อแม่ของเธอ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เธอมองหน้าจอเห็นสายยังไม่หลุด ยิ่งไปกว่านั้นวันวิษาข์ได้ยินเสียงฝนตกดังมาตามสาย “แม่คะ ได้ยินไหมคะ” วันวิษาข์พูดย้ำ แต่ก็มีเพียงความเงียบตอบกลับมา แล้วอยู่ๆเครื่องดับพรึบเหมือนแบตเตอรี่หมดกะทันหัน วันวิษาข์ยิ่งประหลาดใจอีกทวีคูณ เมื่อนึกได้ว่าอันดับแรกเธอปิดมือถือก่อนทุกครั้ง หากอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน นับเป็นกฎข้อหนึ่งที่เธอปฏิบัติอย่างเคร่งครัด วันวิษาข์นึกสังหรณ์อะไรบางอย่าง จึงคิดจะเปิดเครื่องเพื่อต่อสายถึงแม่ แต่ได้ยินเสียงรถคันหนึ่งวิ่งเข้ามาในบ้าน วันวิษาข์เปิดประตูห้องนอนลงบันไดไปชั้นล่าง กะจะถามดูอาการป่วยของญาติพ่อเลี้ยง แต่เธอเห็นเพียงพ่อต่างสายเลือดยืนอยู่เพียงลำพังด้วยเสื้อผ้าเปียกโชก “แม่ละคะ ป๋า” วันวิษาข์ถาม “แม่ค้างที่บ้านอา คืนนี้คงไม่กลับ คือว่าอาอยู่ในช่วงดูใจ” วันวิษาข์สังหรณ์ใจบางอย่าง จึงหันหลังเดินขึ้นบันได “เดี๋ยวก่อนหนู เอาผ้าเช็ดตัวให้ป๋าหน่อย” วันวิษาข์ชะงักเท้า เดินไปเอาผ้าเช็ดตัวแขวนอยู่ที่ราวด้านหนึ่ง พอเดินกลับมาก็เห็นพ่อเลี้ยงเหลือแต่กางเกงในตัวเดียว สาวมัธยมปลายเบือนหน้าหนี ขณะยืนผ้าเช็ดตัวให้พ่อเลี้ยง “ยังไม่นอนอีกหรือ” พ่อเลี้ยงชวนคุย ขณะรับผ้าขนหนูพันท่อนล่าง “หนูอ่านหนังสืออยู่ค่ะ” “ป๋าช่วยติวให้ไหม” “พอดีหนูง่วง กะจะนอนอยู่แล้วค่ะ” “เอาน่า ดูต่ออีกนิดหน่อยแล้วค่อยนอน” “เมื่อกี้แม่โทร.มา แต่

สายหลุดก่อน หนูกำลังจะต่อสายถึงท่านอยู่พอดี” “ว่าไงนะ เมื่อกี้นี่หรือ” พ่อเลี้ยงย้อนถาม น้ำเสียงตื่นกลัว “ใช่ค่ะ ช่วงที่ป๋าเลี้ยวรถเข้าบ้าน” “อย่าโกหกป๋าเลย” “ป๋ารู้ได้ไงว่าหนูโกหก” น้ำเสียงวันวิษาข์แข็งขึ้น “ก็แม่ของหนูจะไม่มีโอกาสหยิบโทรศัพท์อีกแล้วนะสิ” “คุณทำอะไรกับแม่ของฉัน” วันวิษาข์เปลี่ยนสรรพนาม ในใจเริ่มฉุกระแวง “ก็ทำให้เขาพ้นทางของเราสองคนนะสิ” “งั้นก็แสดงว่า…” “ใช่แล้ว ป๋ากุเรื่องทั้งหมด วางแผนอย่างแนบเนียน รับรองไม่มีใครรู้แน่นอน ต่อไปเราจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “มึงฆ่าแม่กู ยังจะมาเอากูเป็นเมียอีก กูจะโทร.แจ้งตำรวจ” “ฟังป๋าก่อนสิหนู” พ่อเลี้ยงคว้ามือลูกต่างสายเลือด “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ฆาตกร” วันวิษาข์สลัดข้อมือ แต่ไม่หลุด “ป๋าจะปล่อยแต่ขอป๋ากอดจูบให้ชื่นใจหน่อยนะ” พร้อมคำพูดชายวัย 40 ปี ดึงร่างสาวมัธยมปลายเข้ามากอด “ปล่อยเดี๋ยวนี้ ไอ้ใจสัตว์” วันวิษาข์ดิ้นสุดแรงเกิด “อย่าสะดีดสะดิ้งให้มันมากนักเลย

น่า กูรู้มึงอยากซะจนน้ำลายหก” “ไม่ ไปให้พ้น” “อีเหึ้ย พูดดีไม่ชอบ มึงอยากให้กูใช้กำลังใช่ไหม” บึก! “โอ๊ย!” วันวิษาข์เปล่งเสียงได้คำเดียว หลังโดนหมัดตุ๊ยแถวลิ้นปี่ จากนั้นร่างเธอก็กองลงที่พื้น เรี่ยวแรงทั้งหมดสลายไปจากร่าง ไม่สามารถแม้แต่จะลืมตา รับรู้ได้เพียงว่าเสื้อผ้าของตนกำลังถูกถอด “แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย” วันวิษาข์นึก มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน ก่อนเส้นประสาทสุดท้ายของสาววัย 18 ปีจะขาดผึง วันวิษาข์ฝืนเปลือกตาลืมขึ้น

ช้าๆ แต่ก็กระพริบปิดอย่างรวดเร็วเมื่อโดนแสงแยงจนเจ็บแสบ เธอพยายามหลายครั้งจนเอาชนะได้ในที่สุด สาววัย 18 ปียังจับต้นชนปลายอะไรไม่ได้ สักครู่ความรู้เจ็บระบมก็วิ่งพล่านไปทั้งตัว แล้วเหตุการณ์เมื่อคืนก็ถาโถมสู่หัวคิด วันวิษาข์พยายามขยับร่าง แต่รู้สึกเหมือนถูกแผ่นเหล็กทับ รับรู้ได้เพียงว่าเธอกำลังนอนอยู่บนเตียงที่ไม่คุ้นเคย เช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมในห้องนี้ “รู้สึกตัวแล้วหรือคะ คุณษาข์” เสียงดังจากข้างเตียงด้านหนึ่ง “อย่าเพิ่งขยับตัวนะคะ เดี๋ยวป้าจะออกไปเรียกพยาบาล” เวลาผ่านไปกว่าสามสิบนาที กระทั่งหมอที่เข้ามาตรวจอาการดินออกจากห้อง บัดนี้เหลือเพียงวันวิษาข์กับป้าคนใช้สองต่อสอง แกเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลูกสาวเจ้านาย

ฟังว่า แกได้รับโทรศัพท์จากคุณผู้หญิงให้ไปช่วยวันวิษาข์ที่กำลังตกอยู่ในอันตราย แล้วสายก็ตัดไป แกพยายามติดต่อกลับถึงคุณผู้หญิง แต่โทร.ไม่ติด แม้จะโทร.เข้าเบอร์บ้านก็ไม่ได้ รู้ภายหลังว่าพ่อเลี้ยงโฉดตัดสายก่อนหน้านั้น ก่อนจะลวงคุณผู้หญิงออกจากบ้านไปฆ่าที่ถนนเปลี่ยวแห่งหนึ่ง พอดีแกคุ้นเคยกับยามคนหนึ่งที่ประจำการอยู่ในหมู่บ้าน เพราะเป็นคนอีสานพลัดถิ่นเหมือนกัน โชคดียามคนนั้นเข้าเวรกลางคืน จึงรับปากจะไป

สอบถามดูตามอำนาจหน้าที่ พอยามเข้าไปในตัวบ้าน เห็นพ่อเลี้ยงชาติชั่วตาเหลือก ลำคอเขียวช้ำนอนอยู่ข้างวันวิษาข์ แล้วยามผู้เป็นผลเมืองดีก็จัดการนำเธอส่งโรงพยาบาล โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านอีกทอดหนึ่ง โชคดีวันวิษาข์ปลอดภัย แต่เคราะห์ร้ายที่ต้องสูญเสียแม่อย่างไม่มีวันกลับ…

Continue Reading