ผีนางรำสุดหวีด

สยองขวัญ ผีนางรำหอพัก 15 ปีก่อน

ผีนางรำสุดหวีด

ผีนางรำสุดหวีด เป็นเรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ผู้ปกครองผม
ได้นำ ชื่อ /วัน/เดือน/ปี เกิด ของคนทั้งบ้านไปให้หมอดูที่จังหวัดสุพรรณบุรีทำนายดวงให้
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับผมนั้นก็คือ ต้องยกผมเป็นลูกบุญธรรมให้ใครสักคน

ผู้ปกครองผมได้เลือกบุคคลที่นับถือในการยกผมให้ ตอนนั้นไม่รู้ว่า
ธรรมเนียมการยกเป็นลูกบุญธรรมต้องทำอย่างไร จึงเตรียมแค่ พวงมาลัย ธูปเทียนแพ
ไปขอแค่นั้น ณ เวลานั้นด้วยความที่ไม่รู้ก็คิดว่าเป็นอันเสร็จพิธีกรรม

จนกระทั่งผม อายุได้ 18 ปี ผมสอบเข้าได้มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ
แต่ในชั้นปีที่ 1 ต้องไปเรียนที่จังหวัดนครนายกอีก 1 ปี ขณะที่ย้ายขอเข้าหอพักนั้น
ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทุกคนต่างขนของเข้าหอกัน เป็นคณะ

คณะผมเป็นกลุ่มคณะที่ 2 ในการย้ายเข้า ทำให้มีนิสิตเข้ามาอยู่พอควร
ช่วงพลบค่ำ เมทผมเริ่มทยอยเข้าห้องพัก แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆที่รุ่นพี่ได้เล่า
ว่าในชั้นที่ 5 ของหอที่ผมอยู่เป็นไปได้อย่าขึ้นไปเพราะมีคนตาย
บ้างก็ว่าอีกหอหนึ่ง มีผีผู้หญิงกระโดดตึกตายและไม่ไปไหน

ทุกคืนจะปีนกำแพงและกระโดดลงมาซ้ำๆ ผมไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกลับอะไรเหล่านี้เท่าไหร่

สภาพห้องที่ผมอยู่นั้น อยู่ติดบรรไดหนีไฟของตึกและอยู่หน้าห้องน้ำรวม เปิดประตูเข้าไป
ทางด้านขวามือจะเป็นตู้เสื้อผ้า 5 ตู้สำหรับนิสิต แต่จะเว้นระยะห่าง
ของตู้แรกกับประตูเป็นซอกเล็กน้อยเพื่อให้ประตูสามารถเปิดได้ ทางด้านขวามือ จะเป็นเตียงเดี่ยว 3 หลัง

เตียงสองชั้นหนึ่งหลัง ระหว่างเตียงก็จะมีโต๊ะเขียนหนังสือสำหรับนิสิตทุกคน
ด้านหลังห้องก็เป็นระเบียงชมวิวอันสวยงาม มีเมทคนหนึ่งเล่าว่า ให้ทำการซื้อตู้ เตียง โต๊ะเขียน
โดยการนำเหรียญบาทและทำการอธิฐานว่าเราขอซื้อของเหล่านี้เพื่อการอยู่อาศัย
และเมทผมยังบอกอีกว่าถ้าวันใดที่ไม่มีคนนอนบนเตียงนั้น
ให้หาของมาวางบนเตียงเพื่อไม่ให้สิ่งที่เรามองไม่เห็นมานอนแทนได้ ส่วนใต้เตียงก็หาของมาวางซะ

ผมจำได้เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเมททุกคนก็ได้ปิดไฟนอนกันหมด น่าจะหลัง 4 ทุ่ม ผมก็นอนของผมไป
ผมนอนอยู่เตียงที่ 3 ถ้านับจากหน้าประตู จนกระทั่งผมฝัน หรือกึ่งหลับกึ่งตื่นก็ไม่ทราบ
ว่าอยู่บนเตียงที่ผมนอนอยู่ ก็ไม่สามารถขยับตัวได้ ผมเห็นเงาดำๆ อยู่บริเวณซอกระหว่างประตู
และตู้เสื้อผ้า ผมมองไม่เห็นหาหรือสีสันใดๆ แต่ที่เห็นแน่ชัดคือ เขาสวมชฏาอยู่บนหัว

ผมเห็นดังนั้นผมจึงได้ยินเสียงฉิ่งที่ดังมาก เหมือนอยู่ข้างหูเลย เงาดำนั้นเริ่มรำ
แต่ไม่ได้รำสวยงามถ้าใครเคยดูหนังเรื่องผีคนเป็นแล้ว แบบนั้นเลย ทุกช่วงที่เงาดำนั้นเดินมา
เสียงฉิ่งยิ่งรัวเร็วขึ้น และดังขึ้นเรื่อย จนเงาดำนั้นมาอยู่ที่ข้างตัวผม

ชโงกหน้าแทบจะแนบชิดกับใบหน้าผม ทำให้ผมสะดุ้งตื่นขึ้น
บรรยากาศภายในห้องยังเหมือนเดิม ยังคงมีแต่เสียงพัดลมดังหึ่งๆ บนเพดาน
เช้าขึ้นมาผมได้เล่าเรื่องนี้ให้เมทฟัง ทุกคนลงความเห็นว่า “โดนแล้ว”
ทุกวันนี้เสียงฉิ่งที่กระทบกันผมยังจำได้ฝังใจเลยทีเดียว…

Continue Reading